ชาวบ้านตาลชุมสุดห่วง! ตลิ่งแม่น้ำน่านพังต่อเนื่องกว่า 30 ปี บ้านเรือน-ที่ดินถูกกัดเซาะ จี้เร่งของบสร้างแนวป้องกัน หวั่นน้ำหลากปีนี้เสียหายหนัก

ชาวบ้านหมู่ 7 ต.ตาลชุม ยื่นเรื่องถึง สว.น่าน ขอช่วยติดตามงบประมาณแก้ปัญหาตลิ่งพัง เผยกระแสน้ำเปลี่ยนทิศ สถานีสูบน้ำถูกกัดเซาะจนท่อส่งน้ำหลุดหายแล้วบางส่วน

น่าน – วันที่ 5 กันยายน 2569 เวลา 15.00 น. ที่บ้านตาลชุม หมู่ 7 ตำบลตาลชุม อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน กลุ่มชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาตลิ่งริมแม่น้ำน่านพังทลาย ได้เข้ายื่นเรื่องขอความช่วยเหลือและขอให้ติดตามงบประมาณก่อสร้างแนวป้องกันตลิ่ง ต่อ นายมังกร ศรีเจริญกุล สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดน่าน หลังต้องเผชิญปัญหาการกัดเซาะพื้นที่ริมแม่น้ำน่านมาเป็นเวลานานกว่า 30 ปี

นายวิชัย เลาคำ บ้านเลขที่ 174 หมู่ 7 และนางคำผุ้ย จันต๊ะโมกข์ บ้านเลขที่ 47 หมู่ 7 ตำบลตาลชุม อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ได้แจ้งปัญหาผ่าน นายสถิต ปันจันตา ผู้ใหญ่บ้าน ว่า บ้านเรือนและพื้นที่ทำกินของชาวบ้านที่อยู่ติดริมแม่น้ำน่านได้รับผลกระทบจากการพังทลายของตลิ่งมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ประมาณปี 2530 จนถึงปัจจุบัน

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แนวตลิ่งถูกกระแสน้ำกัดเซาะและพังลงเป็นระยะ ส่งผลให้พื้นที่ดินริมแม่น้ำน่านค่อย ๆ สูญหาย และแนวการกัดเซาะขยับเข้าใกล้พื้นที่อยู่อาศัยของประชาชนมากขึ้น ทำให้ชาวบ้านที่มีบ้านอยู่ใกล้ริมตลิ่งต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ทุกครั้งที่เข้าสู่ฤดูฝนและช่วงน้ำหลาก

โดยเฉพาะช่วงปี 2568-2569 ที่พื้นที่ประสบสถานการณ์น้ำหลากและมีระดับน้ำสูง ชาวบ้านพบว่ากระแสน้ำมีความรุนแรงมากขึ้น ประกอบกับบริเวณแม่น้ำน่านฝั่งตรงข้ามเกิดสันดอนงอกตัวออกมา ส่งผลให้ทิศทางการไหลของน้ำเปลี่ยนแปลง เมื่อเข้าสู่ช่วงน้ำหลาก กระแสน้ำไหลเข้าปะทะบริเวณสันดอนและเปลี่ยนทิศทางเข้าหาตลิ่งอีกฝั่ง ทำให้เกิดแรงกัดเซาะอย่างรุนแรง
สิ่งที่ชาวบ้านกังวลมากที่สุด คือแนวตลิ่งกำลังขยับเข้าใกล้บ้านเรือนและพื้นที่อยู่อาศัยมากขึ้นเรื่อย ๆ หากยังไม่มีการก่อสร้างแนวป้องกันอย่างเป็นรูปธรรม ชาวบ้านเกรงว่าเมื่อเกิดน้ำหลากรุนแรงในอนาคต อาจเกิดการพังทลายเป็นวงกว้างและกระทบต่อบ้านเรือน ทรัพย์สิน และความปลอดภัยของประชาชนโดยตรง

นอกจากบ้านเรือนและที่ดินของประชาชนแล้ว ระบบสาธารณูปโภคในพื้นที่ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดย จุดสูบน้ำด้วยพลังไฟฟ้าถูกกระแสน้ำกัดเซาะบริเวณแนวตลิ่ง จนท่อส่งน้ำบางส่วนหลุดออกและสูญหายไปแล้ว สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาการกัดเซาะไม่ได้ส่งผลเฉพาะพื้นที่ดินของชาวบ้าน แต่เริ่มกระทบต่อโครงสร้างและระบบที่จำเป็นต่อชุมชนด้วย

ชาวบ้านเปิดเผยว่า ปัญหานี้มีการติดตามและสำรวจพื้นที่มาแล้วหลายครั้ง โดยตั้งแต่ปี 2530 เป็นต้นมา เคยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกรมเจ้าท่าเข้ามาสำรวจ และมีผู้แทนทางการเมืองในพื้นที่เดินทางมาติดตามปัญหา แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีงบประมาณเข้ามาดำเนินการก่อสร้างแนวป้องกันตลิ่งอย่างจริงจัง
ส่วนสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงแนวลำน้ำ ชาวบ้านระบุว่า เมื่อประมาณปี 2540 เคยมีการดูดทรายในพื้นที่ ทำให้เกิดหลุมลึกบริเวณแม่น้ำ และหลังจากนั้นเมื่อเกิดน้ำหลาก ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงของตะกอนและแนวลำน้ำ จนเกิดสันดอนและทำให้ทิศทางกระแสน้ำเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวยังจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบและประเมินจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง

การยื่นเรื่องในครั้งนี้ ชาวบ้านจึงขอให้ นายมังกร ศรีเจริญกุล สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดน่าน ช่วยติดตามและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันงบประมาณก่อสร้างผนังหรือแนวป้องกันตลิ่งบริเวณบ้านตาลชุม หมู่ 7 รวมทั้งขอให้มีการสำรวจสภาพตลิ่งและลำน้ำน่านอย่างละเอียด เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่

ชาวบ้านฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่เป็นปัญหาที่สะสมมานานหลายสิบปี และทุกครั้งที่น้ำหลาก พื้นที่ริมตลิ่งก็ถูกกัดเซาะเพิ่มขึ้น หากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินต่อไปโดยไม่มีมาตรการป้องกัน ความเสียหายอาจลุกลามจากพื้นที่ดินไปถึงบ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชน
จึงอยากให้ทุกหน่วยงานเร่งเข้ามาตรวจสอบและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ก่อนที่ตลิ่งจะพังถึงบ้าน และก่อนที่ความเสียหายจะเกินกว่าจะแก้ไขได้

ประสิทธิ์ สองเมืองแก่น จ.น่าน

You May Also Like