
กาญจนบุรี : ประเพณีผูกข้อมือเรียกขวัญเดือนเก้า หรือ “ไคยจูวหล่าเขาะว์” ของชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงตำบลไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เป็นประเพณีสำคัญต่อจิตวิญญาณและการดำรงอยู่ของชาวกะเหรี่ยง ที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่ครั้งอดีตกาล ซึ่งพิธีจะจัดให้มีขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 9 ของทุกปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ศาลาศูนย์วัฒนธรรมชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงองค์การบริหารส่วนตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี นายสมชาย วุฒิพิมลวิทยา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไล่โว่ พันตำรวจเอกสันติ พิทักษ์สกุล ผู้กำกับ สภ.สังขละบุรี พร้อมผู้แทนส่วนราชการ ผู้นำชุมชน ประชาชน ครู นักเรียน ได้เข้าร่วมงานประเพณีผูกข้อมือเรียกขวัญเดือนเก้า หรือ ไคยจูวหล่าเขาะว์ ของชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงตำบลไล่โว่
เพื่อเป็นการส่งเสริมและอนุรักษ์ ประเพณีวัฒนธรรมที่ดีงามในพื้นที่ ซึ่งประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง โดยการจัดกิจกรรมจะหมุนเวียนไปตามหมู่บ้านต่างๆ สลับกันไปเพื่อให้ครอบคลุม สำหรับปีนี้ได้จัดขึ้นที่บ้านจะแก หมู่ที่ 6 ตำบลไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี แต่ประสบปัญหาในการเดินทางเนื่องจากเกิดเหตุการณ์ฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก เป็นเหตุให้ไม่สามารถเดินทางเข้าไปจัดงานในพื้นที่บ้านจะแกได้ จึงได้มาใช้ศูนย์วัฒนธรรมชาวกะเหรี่ยงตำบลไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี บริเวณที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลไล่โว่เป็นสถานที่จัดงานในวันนี้
พิธีผูกข้อมือเริ่มโดยการอัญเชิญเครื่องประกอบพิธีผูกข้อมือ โดยเด็กชาย-หญิง 7 คู่ ค่อยๆเดินเข้าสู่พื้นที่ที่จัดไว้สำหรับประกอบพิธีผูกข้อมือเรียกขวัญ บรรจงถือกระด้งที่สานจากไม้ไผ่ภายในบรรจุสิ่งมงคลที่เป็นตัวแทนแห่งความสุขความเจริญรุ่งเรือง ได้แก่ จานไม้ ถาดไม้ (สอนให้ลูกหลานเชื่อฟังพ่อแม่ปู่ย่าตายายหรือผู้นำ), ไม้พายข้าว (อุปกรณ์ทำอาหารใช้เคาะเรียกขวัญ), ด้ายสีขาว ( สื่อถึงความรักใคร่ปรองดอง), ข้าวสุก (สื่อถึงความสามัคคีเป็นกลุ่มก้อน), ข้าวต้มมัด (สื่อถึงความร่วมมือ ไม่แตกแยก), น้ำ (สื่อถึงความร่มเย็น), กล้วย (สื่อถึงความเป็นกลุ่มก้อนเดียวกันไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน), อ้อย (สื่อถึงสัมพันธไมตรีอันดี) และ ดอกดาวเรือง (สื่อถึงความเจริญเติบโต)
จากนั้นผู้สูงอายุซึ่งเป็นคู่สามีภรรยาที่ดำเนินชีวิตบนความดีงาม มีครอบครัวที่ดี (ผัวเดียว-เมียเดียว) เป็นที่ยกย่องจากชาวบ้านจะเป็นผู้ประกอบพิธีเรียกขวัญ ตามด้วยผู้สูงอายุชาย(เจ้าพิธี)จะทำการผูกข้อมือเรียกขวัญให้ จากนั้นผู้สูงอายุจะเริ่มผูกข้อมือเรียกขวัญให้กันและกันก่อน โดยจะเลือกสิ่งของมลคลทั้ง 5วนรอบเทียนที่ถูกจุดไว้เพื่อให้แสงสว่าง 3 รอบ จุ่มน้ำ 1 ครั้ง ก่อนจะ วางลงในมือ พร้อมนำด้ายขาวที่จัดเตรียมไว้ มาผูกข้อมือ 3 รอบ
โดยเริ่มจากมือขวาต่อด้วยมือซ้าย ระหว่าผูกข้อมือก็จะกล่าวคำเรียกขวัญเป็นภาษากะเหรี่ยงที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า “ปรื้อยหล่า ปรื้อยหล่า” ก่อนจะต่อด้วยการเรียกให้ขวัญกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว กลับมาอยู่กับพ่อ แม่ ปู่ย่า ตายาย กลับมาอยู่กับพี่น้อง อยู่กับเหย้ากับเรือน (จากเดิมทีที่อาจไปหลงอยู่ตามป่าเขา แม่น้ำลำธาร) เมื่อขวัญกลับมาแล้วก็ขอให้ปราศจากทุกข์โศกโรคร้าย พบแต่สิ่งที่ดี มีทรัพย์สินเงินทอง อยู่เย็นเป็นสุข
ทั้งนี้ จากชาวกะเหรี่ยงมีความเชื่อว่าทุกชีวิตมี “ขวัญ” เป็นส่วนประกอบสำคัญทางจิตวิญญาณ แต่การที่ต้องออกจากบ้านไปไกลเพื่อทำงาน หรือการเข้าป่าทำไร่ หาของป่า การต้องพบเจอเหตุการณ์ที่อาจทำให้ตกใจ อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ขวัญที่มีนั้นหายไป เมื่อถึงเวลาในเดือน 9 จึงต้องมีการทำพิธีเพื่อเรียกขวัญให้กลับคืนมา เพื่อให้ขวัญได้กลับคืนมาอยู่กับเจ้าของ ซึ่งจะส่งผลให้เรามีสุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ มีความสุขความเจริญในทุกๆด้าน..เสียง นายทิวา คงนานดี รองนายก อบต.ไล่โว่
ภายในงานยังมีการแสดงรำตงซึ่งเป็นการร่ายรำประกอบดนตรีของชาวกะเหรี่ยง รวมทั้งการร้องเพลงกะเหรี่ยงของเด็กชายหญิงและชาวบ้าน จากหมู่บ้านต่างๆที่มาร่วมกันขับร้องให้ผู้ที่มาร่วมงานได้รับฟัง สลับสับเปลี่ยนกันตลอดระยะเวลาของการดำเนินพิธีผูกข้อมือ สร้างความสุขและความครื้นเครงแก่ผู้ที่มาร่วมงานได้เป็นอย่างดีแต่เดิมพิธีผูกข้อมือเรียกขวัญฯ จะทำกันภายในครอบครัว หรือในหมู่เครือญาติ แต่ด้วยสภาพสังคมและวิถีชีวิตในปัจจุบันที่หลายคนต้องจากบ้าน บางครั้งจึงไม่สามารถเดินทางกลับไปร่วมพิธีกับครอบครัวที่บ้านได้ จึงได้มีการริเริ่มจัดพิธีผูกข้อมือเรียกขวัญที่วัด เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางอำนวยความสะดวกกับประชาชนบางกลุ่ม การจัดพิธีฯที่วัด มีข้อดีที่ทำให้ ประชาชนได้มีโอกาสพบปะกันในหมู่เพื่อนฝูง เพื่อนบ้าน และญาติพี่น้อง ทำให้เกิดความรักความสามัคคี และเกิด ความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
องค์การบริหารส่วนตำบลไล่โว่ โดยนายสมชาย วุฒิพิมลวิทยา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไล่โว่ เล็งเห็นถึงความสำคัญของประเพณีผูกข้อมือเดือนเก้า(ไคยจูวหล่าเขาะว์) ของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอสังขละบุรี ทั้ง 6 หมู่บ้านซึ่งเป็น ประเพณีที่ดีงาม ควรค่าแก่การอนุรักษ์ ส่งเสริม ให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป โดยพร้อมที่จะร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในการให้การสนับสนุนกิจกรรมดีๆ เช่นนี้ เพื่อให้อยู่คู่กับพี่น้องชาวตำบลไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี ต่อไป
/////////////////////////////////////////////////
ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์

