
แพร่ – ชาวบ้านในพื้นที่ ต.ปงป่าหวาย อ.เด่นชัย จ.แพร่ ร้องเรียนปัญหามลพิษทางอากาศจากโรงงานผลิตเชื้อเพลิงอัดแท่งในพื้นที่ต่อเนื่องเกือบ 3 ปี ระบุยังได้รับผลกระทบจากกลิ่นเหม็น ฝุ่นละออง และเสียงจากกระบวนการผลิต แม้ที่ผ่านมาได้ร้องเรียนต่อหลายหน่วยงานแล้ว แต่ปัญหายังไม่ยุติ
ล่าสุดวันที่ 11 และ 13 กันยายน 2569 ชาวบ้านได้แจ้งร้องทุกข์ต่อคณะกรรมการตรวจสอบมลพิษ ซึ่งเทศบาลตำบลปงป่าหวาย อ.เด่นชัย จัดตั้งขึ้น โดยระบุว่าในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ยังมีการร้องเรียนเรื่องกลิ่นเหม็นและผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจอย่างต่อเนื่อง
ชาวบ้านระบุว่า ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นมานานกว่า 2 ปี โดยก่อนหน้านี้มีประชาชนที่มีอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจจำนวน 22 ราย พร้อมใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเด่นชัย และปัจจุบันมีผู้ได้รับผลกระทบที่ชาวบ้านรวบรวมข้อมูลได้เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 30 ราย อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมโยงระหว่างอาการเจ็บป่วยกับโรงงานยังเป็นประเด็นที่ต้องมีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์
ก่อนหน้านี้ชาวบ้านได้รวมตัวร้องเรียนต่อนายประจักร์ จินดาจำรูญ นายอำเภอเด่นชัย ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมอำเภอเด่นชัย จนนำไปสู่การลงพื้นที่ตรวจสอบของนายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ และมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อร้องเรียนของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดแพร่ โดยมีนายชัยสิทธิ์ ชัยสัมฤทธิ์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เป็นประธาน พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแพร่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแพร่ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดแพร่ สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดแพร่ และเทศบาลตำบลปงป่าหวาย
ชาวบ้านระบุว่า ผลการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ผ่านมาเห็นว่าโรงงานสามารถดำเนินกิจการได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด และยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าปัญหาสุขภาพของประชาชนมีสาเหตุโดยตรงจากโรงงาน เนื่องจากต้องมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ
ขณะเดียวกัน ในกระบวนการตรวจสอบยังพบประเด็นเกี่ยวกับการขออนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของเทศบาลตำบลปงป่าหวาย โดยชาวบ้านระบุว่าโรงงานยังไม่ได้รับใบอนุญาตดังกล่าวภายหลังเปิดดำเนินการเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2566 ก่อนที่ประเด็นดังกล่าวจะถูกนำเข้าสู่การดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของท้องถิ่น
ชาวบ้านตั้งข้อสังเกตเรื่องวัตถุดิบและการขยายกระบวนการผลิต
อีกประเด็นที่ชาวบ้านต้องการให้หน่วยงานตรวจสอบ คือ ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานประเภท รง. 02-52/2566 ลงวันที่ 6 มิถุนายน 2566 ซึ่งชาวบ้านระบุว่าอนุญาตให้ผลิตไม้สับจากไม้ยางพาราและไม้ปลูก 13 ชนิด แต่ภายหลังพบการนำไม้สักมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิต รวมถึงมีการเพิ่มกระบวนการบด อัด และอบความร้อนเพื่อผลิตเชื้อเพลิงอัดแท่ง ซึ่งชาวบ้านตั้งข้อสงสัยว่ากระบวนการดังกล่าวได้รับอนุญาตครบถ้วนตามกฎหมายหรือไม่
นอกจากนี้ ชาวบ้านยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเอกสารที่ใช้ประกอบการขออนุญาตจัดตั้งโรงงาน โดยระบุว่าในการขออนุญาตมีการนำเอกสารการประชุมประจำเดือนของพื้นที่ ลงวันที่ 10 ธันวาคม 2565 ไปใช้ประกอบการดำเนินการ ขณะที่ชาวบ้านเห็นว่าเอกสารดังกล่าวไม่ใช่เอกสารประชาคม และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นนี้
ชาวบ้านระบุว่า หลังมีการเพิ่มกระบวนการผลิต ได้รับผลกระทบจากฝุ่นละออง PM2.5 และ PM10 กลิ่นไม่พึงประสงค์ตลอดทั้งปี รวมถึงเสียงจากกระบวนการผลิตทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่ในรัศมีประมาณ 100-600 เมตรจากโรงงาน ซึ่งบางรายมีอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เวียนศีรษะ และมีรายงานว่าบางรายพบเลือดปนในเสมหะ
ผู้ได้รับผลกระทบขอรัฐติดตาม “ผลการแก้ไข” ไม่ใช่เพียงตรวจโรงงาน
นางนงลักษณ์ ปลาเงิน ผู้ได้รับผลกระทบในชุมชน กล่าวว่า ที่ผ่านมาหลายหน่วยงานได้เข้ามาตรวจสอบและกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหา แต่ประชาชนต้องการให้ติดตามว่ามาตรการเหล่านั้นสามารถแก้ไขปัญหาได้จริงหรือไม่ เนื่องจากยังมีการร้องเรียนเรื่องกลิ่นเหม็นเป็นระยะ
นางนงลักษณ์ระบุว่า ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 ยังมีประชาชนแจ้งเหตุเรื่องกลิ่นเหม็น โดยผู้ใหญ่บ้าน คณะทำงาน และผู้จัดการโรงงานได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ แต่ชาวบ้านเห็นว่าสถานการณ์ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน จึงต้องการให้หน่วยงานติดตามหาสาเหตุของปัญหาอย่างต่อเนื่อง และประเมินประสิทธิผลของมาตรการที่กำหนดไว้
ยื่นหลายหน่วยงาน-เดินหน้าคดีศาลปกครอง
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ชาวบ้านได้ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา รวมถึงสำนักงาน ปปท. และ ป.ป.ช.จังหวัดแพร่ เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ ชาวบ้านยังได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง โดยศาลรับฟ้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3 แห่ง ได้แก่ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแพร่ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดแพร่ และเทศบาลตำบลปงป่าหวาย
ขณะเดียวกัน ในกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง ชาวบ้านระบุว่า สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแพร่มีภาพการเข้าควบคุมและสั่งปิดกิจการโรงงานเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ซึ่งถูกนำไปใช้ประกอบการรายงานต่อหน่วยงานที่รับเรื่องร้องทุกข์
อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านระบุว่า เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 โรงงานยังคงดำเนินการผลิตตามปกติ และยังพบปัญหากลิ่นรบกวนชุมชน จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานะการดำเนินกิจการและมาตรการควบคุมโรงงานอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ ประเด็นข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการอนุญาตประกอบกิจการ การใช้วัตถุดิบ การเพิ่มเครื่องจักรและกระบวนการผลิต รวมถึงผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ยังคงเป็นข้อพิพาทและข้อร้องเรียนที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบและกระบวนการทางกฎหมาย โดยชาวบ้านเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลและตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส เพื่อหาทางยุติปัญหามลพิษและคืนคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนในพื้นที่
ธีรพงษ์ ธงออน / แพร่

