มหาสารคาม มมส. ปั้น 3 นวัตกรรมท้องถิ่น “กรีนคาเวียร์-แดงชีวา-มันนัวร์” สู่ตลาดพรีเมียม

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม หนุนงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ UIC MSU เปิดตัว 3 นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น “กรีนคาเวียร์-แดงชีวา-มันนัวร์” ยกระดับเศรษฐกิจชุมชนสู่ตลาดพรีเมียม

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม โดยศูนย์ความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม (UIC MSU) จัดกิจกรรมนำเสนอผลิตภัณฑ์ผู้ประกอบการภายใต้แผนงานการบ่มเพาะธุรกิจ วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และนวัตกรรม (STI Business Incubation) โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.เกียรติศักดิ์ ศรีประทีป ผู้จัดการศูนย์ความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (UIC MSU) นำคณะอาจารย์นักวิจัย และผู้ประกอบการ ร่วมจัดแสดงและรับชมผลงานนวัตกรรมที่ผ่านกระบวนการยกระดับจากทรัพยากรท้องถิ่นสู่ตลาดเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 4 อาคารบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

  การจัดแสดงผลงานในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งภารกิจของศูนย์ความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม ในการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมจากมหาวิทยาลัยมาบ่มเพาะผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบทางการเกษตรและภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยมี 3 ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมไฮไลต์ที่ผ่านการบ่มเพาะและได้รับความสนใจ ได้แก่ 

1.“ROJI GREEN CAVIAR” เปลี่ยนไข่ผำท้องถิ่น สู่อาหารแห่งอนาคตระดับพรีเมียม พัฒนาโดย วิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตและแปรรูปพืชสวนและพืชน้ำสำราญโรจน์ (แบรนด์ ROJI by Samranroj) เป็นการนำ “ไข่ผำ” พืชน้ำท้องถิ่นที่มีคุณประโยชน์ทางโภชนาการสูง มาผ่านกระบวนการแปรรูปและขึ้นรูปเป็นเม็ดกลมขนาดเล็กคล้ายคาเวียร์ สร้างประสบการณ์ใหม่ในการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพและ Future Food ผลิตภัณฑ์ผ่านการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) และได้รับเลขสารบบอาหารจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
โดย UIC MSU ได้เข้ามาช่วยสนับสนุนการพัฒนาเครื่องจักรและเครื่องมือในการผลิต เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตเดิม ทำให้สามารถผลิตเชิงพาณิชย์ได้รวดเร็วและมีมาตรฐาน พร้อมขยายตลาดไปยังกลุ่มเชฟ ร้านอาหาร Omakase โรงแรม ตลาดสุขภาพ และตลาดต่างประเทศ
2. “แดงชีวา™ Bioactive Oil Serum” นวัตกรรมเซรั่มสมุนไพรจากฟักข้าว พัฒนาโดย SK BIO HERBAL ร่วมกับกลุ่มสมุนไพรแปรรูปด้วยนวัตกรรมโกสุมพิสัย นำ “ฟักข้าว” ซึ่งเป็นทรัพยากรชีวภาพในชุมชน มาต่อยอดด้วยเทคโนโลยีการหมักและสกัดร่วมกับน้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะรุม สควาเลน โจโจบา และน้ำมันเมล็ดองุ่น เกิดเป็นเซรั่มน้ำมันชีวภาพสำหรับบำรุงผิวหน้ายามค่ำคืน ตอบโจทย์ผู้บริโภควัย 35 ปีขึ้นไปที่ใส่ใจในการดูแลผิวด้วยสารสกัดธรรมชาติ
ผ่านการบ่มเพาะจาก UIC MSU ในการวางระบบการพัฒนาสูตร ควบคุมกระบวนการผลิต ปรับปรุงเนื้อสัมผัส ความคงตัว ตลอดจนการออกแบบบรรจุภัณฑ์และการสร้างแบรนด์ เพื่อเตรียมความพร้อมในการขยายกำลังการผลิตสู่ระดับอุตสาหกรรมต่อไป
3. “มันนัวร์” ซอสปรุงรสจากพืชโซเดียมต่ำ เปลี่ยนมันแกวล้นตลาดสู่ปลาร้า Plant-Based พัฒนาโดย บริษัท ซาโนเต้ จำกัด เพื่อแก้ปัญหาผลผลิต “มันแกว” ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดมหาสารคามประสบปัญหาล้นตลาด โดยใช้นวัตกรรมทางอาหารนำซีอิ๊วและไซรัปมันแกวมาต่อยอดเป็น “ซอสปรุงรสจากพืช” สำหรับใช้แทนปลาร้า ไม่มีส่วนผสมจากสัตว์ เหมาะสำหรับผู้รับประทานเจ มังสวิรัติ และผู้รักสุขภาพ
จุดเด่นสำคัญคือมีปริมาณโซเดียมลดลงถึง 64% เมื่อเทียบกับปลาร้าส้มตำปรุงสำเร็จทั่วไป และได้รับเลขสารบบอาหาร (อย.) เรียบร้อยแล้ว โดย UIC MSU ให้การสนับสนุนทั้งด้านการพัฒนาแบรนด์ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ และระบบบัญชี เพื่อเตรียมเจาะตลาดร้านอาหารอีสาน ร้านอาหารสุขภาพ และช่องทางออนไลน์
การนำเสนอผลงานในครั้งนี้ มองเห็นถึงความสำเร็จในการเชื่อมโยงระหว่าง มหาวิทยาลัย ผู้ประกอบการ เกษตรกร เศรษฐกิจท้องถิ่น โดยมหาวิทยาลัยมหาสารคามยังคงมุ่งมั่นนำงานวิจัยและเทคโนโลยีมาสร้างคน สร้างธุรกิจ และกระจายรายได้กลับคืนสู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
ทีมข่าว//มหาสารคาม

You May Also Like