ปทุมธานี ชาวบ้านคลองห้าและพื้นที่ใกล้เคียงหวั่นน้ำท่วมซ้ำปี 54 หลังน้ำคลองระพีพัฒน์ทะลักท่วมถนน อบต.คลองห้าเร่งวางบิ๊กแบ็ก 300 ใบ ทำแนวกั้นน้ำด่วน

วันที่ 28 กันยายน 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณหน้าประตูระบายน้ำปากคลองส่งน้ำ 5 ซ้าย ม.16 ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี นายอัศวิน วงศ์นาค นายก อบต.คลองห้า ได้นำเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.คลองห้า เร่งนำบิ๊กแบ๊กนำมาแนวกั้นน้ำบริเวณช่วงคลองห้าถนนเลียบคลองระพีพัฒน์เนื่องจากถนนเส้นนี้มีการก่อสร้างทำให้น้ำจากคลองระพีพัฒน์ทะลักเข้าท่วมถนนจนชาวบ้าน ต.คลองห้าและใกล้เคียงเกิดหวั่นวิตกว่าน้ำจะท่วมซ้ำรอยเหมือนเมื่อปี 2554 เพราะบริเวณจุดดังกล่าวนี้เกิดแนวกั้นน้ำแตกเมื่อปี 2554 ส่งผลให้น้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่อำเภอคลองหลวงทั้งหมด

นายอัศวิน วงค์นาค นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองห้า เปิดเผยถึงมาตรการรับมือสถานการณ์น้ำบริเวณพื้นที่ก่อสร้างสะพานของทางหลวงชนบท ริมคลองระพีพัฒน์ หลังชาวบ้านแสดงความกังวลว่าอาจเกิดคันดินพังและน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ หากมีฝนตกหนักและระดับน้ำในคลองเพิ่มสูงขึ้นโดยจุดดังกล่าวเป็นพื้นที่ก่อสร้างของทางหลวงชนบท ซึ่งมีการรื้อพื้นผิวถนนบริเวณคอสะพานและจัดทำทางเบี่ยงด้วยหินคลุก เมื่อเกิดฝนตกและมีปริมาณน้ำในคลองระพีพัฒน์เพิ่มขึ้น ส่งผลให้สภาพถนนอ่อนตัว จึงสร้างความกังวลว่าจะเกิดความเสียหายต่อแนวคันดินและมีน้ำไหลทะลักข้ามเข้าสู่พื้นที่ชุมชน

อีกทั้งขณะทางจังหวัดปทุมธานีได้มีการ จัดพื้นที่ตำบลคลองห้าเป็นเขตพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว โดยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังที่ข่นย้ายไม่ทันร่วมถึง พื้นที่การเกษตรต้องดำเนินการในเรื่องของการเก็บข้อมูลหลักฐานว่าบ้านไหนของประชาชนได้รับความเสียหาย ซึ่งก็ต้องรอทางจังหวัดปทุมธานีประกาศในเรื่องของการเยียวยาอีกครั้ง

ทั้งนี้ คลองระพีพัฒน์ยังคงมีการระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นจุดเดิมที่เคยเกิดคันดินพังในเหตุอุทกภัยปี 2554 จนส่งผลกระทบต่อน้ำท่วมในพื้นที่คลองหลวง องค์การบริหารส่วนตำบลคลองห้าจึงเร่งนำถุงบิ๊กแบ็กเข้ามาเสริมแนวคันป้องกันชั่วคราวจำนวน 300 ใบเพื่อรองรับการระบายน้ำของกรมชลประทาน สำหรับความกังวลเกี่ยวกับการผันน้ำจากลุ่มน้ำป่าสักนั้นขณะนี้ข้อมูลการระบายน้ำยังไม่มีความชัดเจนมากนัก จึงต้องเตรียมมาตรการป้องกันไว้ล่วงหน้า พร้อมประสานความร่วมมือกับประชาชนในการติดตามและแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังได้จัดทีมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถรับมือและช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง

You May Also Like