“สว.ภิญญาพัชญ์” ขอบคุณ ครม.ขานรับข้อเสนอแก้น้ำท่วมภาคเหนือ เดินหน้าระบบเตือนภัย–กองทุนภัยพิบัติระดับจังหวัด ช่วยประชาชนให้เร็วขึ้น

“ภิญญาพัชญ์” สว. เดินหน้าติดตามการแก้ปัญหาน้ำท่วมภาคเหนือ หลังรัฐบาลขานรับข้อเสนอจากการผลักดันในสภา เร่งยกระดับระบบเตือนภัย Cell Broadcast–เรดาร์ฝน แจ้งเตือนล่วงหน้า 4–6 ชั่วโมง พร้อมพิจารณาจัดตั้งกองทุนภัยพิบัติระดับจังหวัด เปิดทาง อปท. ใช้งบช่วยประชาชนได้ทันที ลดขั้นตอนการรอความช่วยเหลือจากส่วนกลาง

น.ส.ภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดน่าน ซึ่งประสบปัญหาน้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลากซ้ำซากว่า ขอขอบคุณคณะรัฐมนตรี (ครม.) สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ได้ให้ความสำคัญและขานรับข้อเสนอจากญัตติการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ
ที่ผ่านมา ตนได้ผลักดันและติดตามปัญหาอย่างต่อเนื่อง เพราะเห็นว่าการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมไม่ควรเป็นเพียงการเข้าไปช่วยเหลือประชาชนหลังเกิดเหตุเท่านั้น แต่จำเป็นต้องวางระบบตั้งแต่การป้องกัน การเตรียมความพร้อม การแจ้งเตือนภัย การอพยพ ไปจนถึงการฟื้นฟูเยียวยาหลังสถานการณ์คลี่คลาย เพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น
เร่งพัฒนาระบบเตือนภัย แจ้งประชาชนล่วงหน้า

น.ส.ภิญญาพัชญ์ กล่าวว่า หนึ่งในประเด็นสำคัญที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการ คือการยกระดับระบบเตือนภัยฉุกเฉิน โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และ กสทช. อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบเชื่อมต่อ Cell Broadcast เพื่อส่งข้อความแจ้งเตือนไปยังโทรศัพท์มือถือของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงโดยตรง

ขณะเดียวกันจะนำข้อมูลจากระบบเรดาร์ติดตามปริมาณฝนเฉพาะจุดมาใช้ประกอบการประเมินสถานการณ์ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการแจ้งเตือนภัยระยะสั้นล่วงหน้าประมาณ 4–6 ชั่วโมง ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะทำให้ประชาชนสามารถเตรียมตัวและอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงได้ทันเวลา โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และผู้พิการ ตลอดจนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำป่าไหลหลากหรือน้ำท่วมฉับพลัน การมีระบบเตือนภัยที่รวดเร็วและเข้าถึงประชาชนโดยตรง จะช่วยให้หน่วยงานท้องถิ่นสามารถเตรียมกำลัง เจ้าหน้าที่ ยานพาหนะ สถานที่พักพิง และสิ่งของจำเป็นได้ก่อนที่สถานการณ์จะรุนแรงขึ้น

ดันกองทุนภัยพิบัติระดับจังหวัด ลดขั้นตอนการช่วยเหลือ
อีกประเด็นสำคัญ คือการแก้ไขข้อจำกัดด้านงบประมาณและการกระจายอำนาจในการรับมือภัยพิบัติ โดยกรมบัญชีกลางและกระทรวงมหาดไทยอยู่ระหว่างพิจารณาข้อกฎหมายและแนวทางจัดตั้ง กองทุนป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติถาวรระดับจังหวัด
แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้แต่ละจังหวัดมีงบประมาณสำรองสำหรับรับมือภัยพิบัติ สามารถนำมาใช้ในการช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที โดยไม่ต้องรอขั้นตอนการจัดสรรงบประมาณจากส่วนกลางในทุกกรณี

นอกจากนี้ ยังมีแนวทางให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สามารถใช้งบประมาณช่วยเหลือประชาชนในเบื้องต้นได้ทันที โดยไม่ต้องรอการประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ซึ่งจะช่วยให้การช่วยเหลือระยะแรก เช่น อาหาร น้ำดื่ม เครื่องอุปโภคบริโภค การจัดพื้นที่พักพิง การขนย้ายประชาชน และการสนับสนุนสิ่งของจำเป็น สามารถดำเนินการได้รวดเร็วขึ้น

“ความช่วยเหลือที่เร็ว” สำคัญไม่แพ้ “การแก้ปัญหาระยะยาว”
น.ส.ภิญญาพัชญ์ กล่าวว่า สำหรับประชาชนที่ประสบอุทกภัย สิ่งที่ต้องการอย่างเร่งด่วนในช่วงวิกฤต คือการได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและทันเวลา รวมถึงการเข้าถึงความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ดังนั้น การแก้ไขระบบบริหารจัดการภัยพิบัติจึงต้องทำควบคู่กันทั้งในระดับนโยบายและระดับพื้นที่
“เราต้องทำให้ประชาชนรู้ก่อนว่าภัยกำลังจะมา และเมื่อเกิดเหตุแล้วต้องสามารถช่วยเหลือประชาชนได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค ที่พักพิง การอพยพ หรือการดูแลกลุ่มเปราะบาง ขณะเดียวกันหลังน้ำลดก็ต้องเร่งฟื้นฟูบ้านเรือน พื้นที่ทำกิน และอาชีพของประชาชนให้กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว”
น.ส.ภิญญาพัชญ์ กล่าวอีกว่า การที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำข้อเสนอจากการอภิปรายและติดตามปัญหาในสภาไปพิจารณาและจัดทำเป็นแนวทางปฏิบัติ ถือเป็นความร่วมมือที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือที่เผชิญกับภัยน้ำท่วมซ้ำซาก
“ขอขอบคุณรัฐบาลและทุกหน่วยงานที่ไม่มองข้ามเสียงสะท้อนของประชาชน สิ่งสำคัญจากนี้คือการทำให้มาตรการต่าง ๆ เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ และประชาชนสามารถสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะเรื่องการแจ้งเตือนภัยและการเข้าถึงความช่วยเหลือที่ต้องรวดเร็วกว่าเดิม”
ทั้งนี้ ตนจะติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการพัฒนาระบบเตือนภัย การจัดตั้งกองทุนภัยพิบัติระดับจังหวัด และการเพิ่มความคล่องตัวด้านงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้การบริหารจัดการอุทกภัยสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในภาคเหนือและจังหวัดน่านต่อไป

ประสิทธิ์ สองเมืองแก่น จ.น่าน

You May Also Like