จากกรณีที่ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ได้รับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับกลุ่มทุนสัญชาติอิสราเอลใช้นอมินีคนไทยกว้านซื้อที่ดินใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยเม็ดเงินหมุนเวียนรวมกันกว่า 100 ล้านบาท จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบการเปลี่ยนมือและการโอนโฉนดที่ดินในพื้นที่ดังกล่าวอย่างเร่งด่วน
ประเด็นดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง โดยทางเพจ Mtoday ได้โพสว่า “จับตาเบตงแหล่งพักพิงใหม่ของอิสราเอล” และมีการรายงานว่ามีการซื้อที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์หลากหลายรูปแบบ เตรียมดำเนินกิจกรรมและการใช้ประโยชน์สถานที่ในลักษณะ ชาบัด รวมถึงการสร้างสุสาน หรือซื้อที่ดินทำธุรกิจอื่นๆ ซึ่งอำเภอเบตง จังหวัดยะลา มีทำเลที่ตั้งโดดเด่น มีอากาศดีตลอดปี ติดชายแดนมาเลเซีย มีลักษณะคล้ายอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน และมีทางเข้าออกจำกัด เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ถูกจับตามองว่าอาจเป็นเป้าหมายของการซื้อที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์หลากหลายรูปแบบ รวมถึงกิจกรรมทางศาสนา การประกอบธุรกิจ และการจัดสรรที่ดินเพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ

ล่าสุด วันนี้ 29 กันยายน 2569 นายอิสมาแอ ยะโกะ นายอำเภอเบตง ได้เดินทางไปยังสำนักงานที่ดินจังหวัดยะลา สาขาเบตง เพื่อติดตามตรวจสอบข้อมูลโดยตรงจาก นายอรรถพันธ์ วัฒนสิน เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดยะลา สาขาเบตง โดยสอบถามประเด็นสำคัญว่าอำเภอเบตงมีข้อมูลหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับการถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว โดยเฉพาะกลุ่มทุนสัญชาติอิสราเอลหรือไม่ อำเภอเบตงมีการจัดตั้งหรือดำเนินธุรกิจที่ใช้บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นตัวแทนอำพราง หรือใช้นอมินีคนในพื้นที่เพื่อจัดซื้อที่ดินหรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น ยืนยันว่ายังไม่พบความผิดปกติใดๆ ตามที่เป็นกระแสข่าวในสื่อสังคมออนไลน์แต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม นายอำเภอเบตงได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มงวด โดยให้ตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และหากพบข้อเท็จจริงที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ บังคับใช้กฎหมายทุกฉบับที่เกี่ยวข้องให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างเด็ดขาด
โยธิน ประชามติรัฐ/ข่าว
อับดุลมานะ ดอฆอ/ภาพ
อ.เบตง จ.ยะลา รายงาน

