
ผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์ผนึกกำลังผู้การฯ กาฬสินธุ์ เดินหน้าปฏิบัติการ สายด่วนผู้ว่าฯ 1567 และสายด่วนผู้การฯ 191 ระดมกวาดล้างยาเสพติด ตามยุทธการ “พิฆาตยาเสพติด” และปฏิบัติการ “ไล่ล่า (เด็ดปีก) นักค้ายานรก” ต่อเนื่อง ล่าสุดนำกำลังฝ่ายปกครองอำเภอห้วยผึ้ง ตำรวจ สภ.ห้วยผึ้ง และผู้นำชุมชน บุกจับนักบินตระเวนส่งยาบ้าล็อตใหญ่ สกัดยาบ้าก่อนกระจายในพื้นที่เกือบ 2 แสนเม็ด ขณะที่ผู้ต้องหารับสารภาพรับจ้างขน อ้างหาเงินใช้หนี้ให้แม่
วันที่ 30 กันยายน 2569 นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ พล.ต.ต.ทรงพล บริบาลประสิทธิ์ ผบก.ภ.จ.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.คะเชนทร์ ยืนยง รองผบก.กาฬสินธุ์ นายณัฐพล เพียรภายลุน นอภ.ห้วยผึ้ง พ.ต.อ.เสกสิทธ ทวีชัย ผกก.สภ.ห้วยผึ้ง นายบรรพจน์ ภูผิวผา ป้องกัน จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.ห้วยผึ้ง ตำรวจ สภ.ห้วยผึ้ง เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.กาฬสินธุ์ อส. และผู้นำชุมชน ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติการ สายด่วนผู้ว่าฯ 1567 และสายด่วนผู้การฯ 191 ระดมกวาดล้างยาเสพติด ตามยุทธการ “พิฆาตยาเสพติด” และปฏิบัติการ “ไล่ล่า (เด็ดปีก) นักค้ายาบ้า”
โดยการจับกุมตัวนายวรรณชัย หรือแม็ก อายุ 30 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 116,000 เม็ด
ทั้งนี้สืบเนื่องจากมีประชาชนแจ้งเบาะแสเข้ามาทางสายด่วนผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์ 1567 และสายด่วนผู้การฯ กาฬสินธุ์ 191 ซึ่งตำรวจ สภ.ห้วยผึ้ง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.ห้วยผึ้ง ได้บูรณาการปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ กระทั่งวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา สืบทราบว่าจะมีการนัดส่งยาเสพติดกันที่บริเวณริมถนนข้างคลองส่งน้ำ บ้านนิคมหนองบัว หมู่ที่ 5 ต.หนองอีบุตร อ.ห้วยผึ้ง จึงนำกำลังติดตามดักซุ่มอยู่บริเวณโดยรอบ
เมื่อถึงเวลาประมาณ 19.00 น. พบชายวัยรุ่นเดินเข้ามาในบริเวณที่นัดหมายส่งมอบยาเสพติด พร้อมถือสิ่งของต้องสงสัยมาวางไว้ เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าไปแสดงตัว และทำการจับกุมตัวผู้ต้องหา ทราบชื่อคือ นายวรรณชัย หรือแม็ก อายุ 30 ปี
จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวนายวรรณชัยเข้าไปตรวจสอบสิ่งของต้องสงสัยที่นำมาวางไว้ พบยาบ้าจำนวน 1 มัด หรือ 2,000 เม็ด จากนั้นจึงได้ขยายผลต่อ โดยให้นายวรรณชัย หรือแม็กฯ นำไปตรวจค้นต่อที่บ้านพัก พบยาบ้าอีกจำนวน 57 มัด หรือประมาณ 114,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในบ้านพัก จึงได้ทำการตรวจยึดไว้ รวมของกลางยาบ้าทั้งหมด 116,000 เม็ด ก่อนคุมตัวมาสอบสวน
โดยนายวรรณชัย ยอมรับว่า ตนเองมีอาชีพขับรถบรรทุก แต่รายได้ไม่พอใช้ ประกอบกับเป็นหนี้ จึงไปนำยาบ้า ซึ่งทั้งหมดไปรับมาจากเครือข่ายค้ายาเสพติดประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว เพื่อนำมาตระเวนส่งให้กับเครือข่ายในพื้นที่ เนื่องจากต้องการเงินมาใช้หนี้ให้แม่ และหนี้สินของตนเองที่กู้ยืมมา แต่ยังไม่ได้ตกลงราคากัน แต่ก็มาถูกจับเสียก่อน
เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยผึ้ง ดำเนินคดีตามกฎหมาย และนำของกลางยาบ้าส่งไปตรวจพิสูจน์ เพื่อประกอบหลักฐานในการดำเนินคดี และจะนำส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำลายตามขั้นตอนต่อไป
นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างฝ่ายปกครอง ตำรวจ และหน่วยงานความมั่นคงทางทหาร และทุกภาคส่วน ซึ่งได้ดำเนินการอย่างเข้มข้นมาต่อเนื่อง โดยผ่านสายด่วนผู้ว่าฯ 1567 และสายด่วนผู้การฯ 191 ที่ประชาชนได้แจ้งเบาะแสมาจนนำไปสู่การจับกุมดังกล่าว
นายสุวรรธณ์ ย้ำว่า ทางจังหวัดกาฬสินธุ์จะยังคงเดินหน้าแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดสิ้นไปในพื้นที่ให้ได้ ซึ่งขณะนี้นอกจากจะเน้นหนักในด้านการป้องกัน ปราบปรามแล้ว จะต้องทำให้ครบวงจร ควบคู่ไปกับการดำเนินการบำบัดรักษา และฟื้นฟูสภาพทางสังคมด้วย ซึ่งการกวาดล้างยาเสพติดจะสำเร็จได้จะต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชน และจากทุกภาคส่วน เพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกันคือ ทำให้ยาเสพติดหมดสิ้นไปในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์
ด้าน พล.ต.ต.ทรงพล บริบาลประสิทธิ์ ผบก.ภ.จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า สำหรับคดียาเสพติด ไม่ว่าจะรายเล็กหรือรายใหญ่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะบูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการขยายผลอย่างต่อเนื่องทุกคดี ซึ่งให้ความมั่นใจได้ว่า ผู้ที่กระทำความผิด ต่อให้สามารถหลบได้ในครั้งแรก และจะไปสร้างทรัพย์สินไว้เท่าไหร่ก็ตาม ตำรวจก็จะติดตามไปจับดำเนินคดี และขยายผลตามยึดทรัพย์ทุกราย
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์นั้น สามารถสกัดจับยาบ้าที่ลักลอบขนมาจากประเทศเพื่อนบ้านได้ก่อนเข้าสู่จังหวัดชั้นในได้เป็นจำนวนมาก และตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ ก็ยังจะดำเนินการอย่างเข้มข้นต่อไป

