
ชาวบ้านเข้าพบรองผู้ว่าฯ จี้กรมโยธาฯ เปิดข้อมูลโครงการระบายน้ำ 247 ล้านบาท หลังมีข้อกังวลเรื่องผลกระทบและความซ้ำซ้อนกับระบบเดิม พร้อมเสนอให้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น และขอให้เร่งพิจารณางบผนังกั้นน้ำริมแม่น้ำยม ระยะที่ 3
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ที่ห้องประชุมเวียงโกศัย ศาลากลางจังหวัดแพร่ ว่าที่ ร.ต.ประเสริฐ หงวนสุวรรณ สมาชิกสภาเทศบาลเมืองแพร่ นำตัวแทนประชาชนประมาณ 10 คน เข้าพบ นายชัยสิทธิ์ ชัยสัมฤทธิ์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เพื่อหารือเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำหลักเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมชุมชนเมืองแพร่ ระยะที่ 2
การหารือมีนางสาวสุนิสา รอดสังวาลย์ วิศวกรโครงการ บริษัท สแปน จำกัด พร้อมคณะจากกรมโยธาธิการและผังเมือง และนายโกวิล มานะสกุลพงษ์ จากสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดแพร่ ร่วมให้ข้อมูล
ว่าที่ ร.ต.ประเสริฐ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยสอบถามเกี่ยวกับโครงการดังกล่าวในการประชุมสภาเทศบาลเมืองแพร่ โดยโครงการมีกรอบงบประมาณประมาณ 247 ล้านบาท เพื่อดำเนินการก่อสร้างระบบระบายน้ำในพื้นที่ 5 จุด ได้แก่ แยกโรงพยาบาลแพร่ถึงถนนภูเก็ต ถนนน้ำคือถึงคูเมืองแพร่ ถนนข้างคูเมืองแพร่ ถนนบ้านใหม่ และถนนเหมืองหิตถึงถนนคำลือ
โครงการใช้งบประมาณของกรมโยธาธิการและผังเมือง และดำเนินการในพื้นที่เทศบาลเมืองแพร่ ขณะนี้มีการเตรียมพื้นที่และจัดเตรียมท่อขนาดใหญ่สำหรับดำเนินโครงการแล้ว
อย่างไรก็ตาม ตัวแทนประชาชนระบุว่า ยังมีประชาชนในพื้นที่จำนวนหนึ่งที่ต้องการทราบรายละเอียดของโครงการอย่างชัดเจน โดยเฉพาะแนวการก่อสร้าง จุดที่จะมีการรื้อหรือปรับปรุงระบบเดิม ระยะเวลาก่อสร้าง และผลกระทบต่อการสัญจรและการประกอบกิจการของประชาชน
ประเด็นที่ชาวบ้านต้องการคำตอบ คือ ระบบระบายน้ำเดิมกับระบบที่จะก่อสร้างใหม่มีความแตกต่างด้านขนาดและประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด จุดใดจำเป็นต้องปรับปรุง และผลที่คาดว่าจะได้รับจากการใช้งบประมาณก้อนดังกล่าวเมื่อโครงการแล้วเสร็จ
ขณะเดียวกัน ชาวบ้านต้องการให้หน่วยงานเจ้าของโครงการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลโดยตรงและสามารถเสนอข้อสังเกตเกี่ยวกับสภาพพื้นที่จริงก่อนและระหว่างการก่อสร้าง
ด้านนายสุรเชษฐ์ ศิริช่วง อดีตสมาชิกสภาเทศบาลเมืองแพร่ และหนึ่งในผู้เข้าร่วมการหารือ กล่าวว่า จากข้อมูลที่ตนได้รับก่อนหน้านี้ งบประมาณดังกล่าวมีที่มาจากแนวทางโครงการก่อสร้างผนังกั้นน้ำเพื่อป้องกันน้ำจากแม่น้ำยมเข้าสู่เขตเมือง ระยะที่ 3 ก่อนที่จะมีการปรับแนวทางมาเป็นโครงการระบบระบายน้ำในเขตเทศบาล
นายสุรเชษฐ์กล่าวว่า ประชาชนจึงต้องการทราบเหตุผลและรายละเอียดของการปรับเปลี่ยนแนวทาง รวมถึงต้องการให้หน่วยงานชี้แจงว่า การลงทุนในระบบระบายน้ำภายในเมืองจะช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ในระดับใด และมีความเชื่อมโยงกับการป้องกันน้ำจากแม่น้ำยมอย่างไร
“ชาวบ้านไม่ได้คัดค้านการแก้ปัญหาน้ำท่วม แต่ต้องการเห็นข้อมูลที่ชัดเจนว่าเงินงบประมาณจำนวนมากจะถูกนำไปใช้ตรงจุดใด และผลที่ประชาชนจะได้รับคืออะไร” นายสุรเชษฐ์กล่าว
พร้อมเสนอว่า ควรพิจารณามาตรการป้องกันน้ำจากแม่น้ำยมควบคู่กันไป โดยเฉพาะโครงการผนังกั้นน้ำริมแม่น้ำยม ระยะที่ 3 ซึ่งประชาชนบางส่วนเห็นว่าเป็นอีกมาตรการสำคัญในการลดความเสี่ยงน้ำจากแม่น้ำยมเข้าสู่พื้นที่เมือง
สำหรับข้อเสนอของกลุ่มประชาชนในครั้งนี้ มี 3 ประเด็นหลัก ได้แก่
- เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น
ขอให้หน่วยงานเจ้าของโครงการจัดเวทีให้ข้อมูลและรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้สามารถเสนอปัญหา จุดเสี่ยง และแนวทางลดผลกระทบจากการก่อสร้าง - เร่งพิจารณางบประมาณผนังกั้นน้ำริมแม่น้ำยม ระยะที่ 3
ขอให้กรมโยธาธิการและผังเมืองพิจารณาแนวทางด้านงบประมาณสำหรับโครงการดังกล่าว เพื่อเพิ่มมาตรการป้องกันน้ำจากแม่น้ำยมเข้าสู่เขตเมือง โดยเสนอให้พิจารณาภายในปีงบประมาณ 2571 - ฟังเสียงชุมชนหลังการก่อสร้าง
หากมีการปรับปรุงแนวถนนและพื้นที่โดยรอบ ควรเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมเสนอแนวทางการใช้พื้นที่ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนทั้งด้านสังคมและเศรษฐกิจ
ด้านนายชัยสิทธิ์ ชัยสัมฤทธิ์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ กล่าวว่า การที่ทุกฝ่ายได้มาพูดคุยกันถือเป็นเรื่องที่ดี โดยเห็นว่าหน่วยงานเจ้าของโครงการควรเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น เพื่อให้ประชาชนสามารถเสนอจุดที่มีปัญหา ข้อเสนอเพิ่มเติม รวมถึงสะท้อนปัญหาและอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการก่อสร้าง
สำหรับโครงการดังกล่าวมีกำหนดดำเนินการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2569 ถึงเดือนพฤษภาคม 2571 โดยในช่วงการก่อสร้างจะต้องมีการประสานงานกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อบริหารจัดการผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ยังกล่าวถึงข้อเสนอเรื่องการป้องกันน้ำจากแม่น้ำยมว่า จังหวัดจะเร่งประสานและผลักดันแนวทางด้านงบประมาณสำหรับโครงการผนังกั้นน้ำริมแม่น้ำยม ระยะที่ 3 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันน้ำเข้าสู่เขตเมือง ตามข้อเสนอของประชาชน โดยตั้งเป้าหมายให้มีการพิจารณาภายในปีงบประมาณ 2571
ทั้งนี้ ประเด็นเรื่องความเหมาะสมของการออกแบบระบบระบายน้ำ ความแตกต่างระหว่างระบบเดิมกับระบบใหม่ ตลอดจนเหตุผลของการปรับแนวทางโครงการ เป็นข้อมูลที่ประชาชนต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงอย่างเป็นทางการต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การหารือครั้งนี้ไม่ได้เป็นการคัดค้านโครงการก่อสร้างโดยสิ้นเชิง แต่เป็นการเรียกร้องให้มีข้อมูลและกระบวนการรับฟังความคิดเห็นที่ชัดเจนมากขึ้น โดยประชาชนที่เข้าร่วมเห็นว่า การแก้ปัญหาน้ำท่วมเมืองควรพิจารณาทั้งระบบ ทั้งการระบายน้ำออกจากพื้นที่เมืองและการป้องกันน้ำจากแม่น้ำยมไม่ให้ไหลเข้าสู่เขตเมือง
ขณะเดียวกัน ประชาชนต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลด้านการออกแบบ ประสิทธิภาพของระบบเดิมและระบบใหม่ งบประมาณ และผลสัมฤทธิ์ที่คาดว่าจะได้รับ เพื่อให้สังคมสามารถติดตามการดำเนินโครงการได้อย่างรอบด้าน
ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่

