
วันที่ 21 ตุลาคม 2569 เวลา 10.30 น. ณ กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี พลตำรวจเอก อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีถวายสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ ครบรอบ 126 ปี (21 ตุลาคม 2569) โดยมี พลตำรวจโท รุ่งโรจน์ฐากูรปุณยสิริ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน นางสาวธนียา นัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นายองอาจ ณฐ ธรรมนิทา คณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย พร้อมด้วย พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูงในสังกัด ตร.ข้าราชการตำรวจตระเวนชายแดน อดีตผู้บังคับบัญชา ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนเข้าร่วมพิธี เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ในพิธีดังกล่าว พลตำรวจเอก อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติประธานในพิธี ได้ถวายพานพุ่มสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติและประชาชนชาวไทย โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดาร ซึ่งได้รับประโยชน์จากพระราชกรณียกิจด้านการศึกษา การแพทย์และสาธารณสุข ตลอดจนการส่งเสริมคุณภาพชีวิตอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
โดยกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนได้จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรคิ เนื่องในวาระครบรอบ 126 ปีวันคล้ายวันพระราชสมภพ นำเสนอพระราชประวัติพระราชกรณียกิจที่เกี่ยวข้องกับตำรวจ และการทรงงานในพื้นที่ชายแดนในด้านต่างๆ เช่น ด้านการแพทย์และสาธารณสุข (พอ.สว.) พระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อตำรวจตระเวนชายแดน และโรงเรียนดำรวจตระเวนชายแตน เพื่อให้ข้าราชการ นักเรียน เยาวชน และประชาชนที่เข้าร่วมงาน น้อมรำลึกถึงพระราชกรณียกิจ
อันทรงคุณค่าที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชน
พระราชกรณียกิจด้านการศึกษา โดยเฉพาะการส่งเสริมโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่มีความสำคัญต่อเด็กและเยาวชนในพื้นที่ชายแดนอย่างยิ่ง ด้วยทรงมุ่งหวังให้เด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง ทรงสนับสนุนการจัดสร้างโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนและส่งเสริมให้ตำรวจตระเวนชายแดนทำหน้าที่เป็นผู้ให้ความรู้แก่เด็กและเยาวชนควบคู่กับภารกิจในการพิทักษ์รักษาความมั่นคงและอธิปไตยของประเทศ
ขณะเดียวกัน พระราชกรณียกิจด้านการแพทย์และสาธารณสุขผ่านมูลนิธิ พอ.สว. ยังมีส่วนสำคัญในการนำความช่วยเหลือไปสู่ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลที่เข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้ยาก อีกทั้งงานด้านขาเทียมซึ่งดำเนินการสืบเนื่องภายใต้พระราชปณิธานในการช่วยเหลือผู้พิการ ยังเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมให้ผู้ด้อยโอกาสสามารถกลับมาดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพได้อย่างเหมาะสม สะท้อนถึงพระเมตตาที่ทรงมีต่อประชาชนทุกกลุ่ม โดยไม่ทอดทิ้งผู้ที่ขาดแคลนโอกาส
ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนกล่าวต่อว่า “สมเด็จย่า”ทรงห่วงใยข้าราชการตำรวจตระเวนชายแดนที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ห่างไกล ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยียนยังฐานปฏิบัติการและพระราชทานสิ่งของจำเป็นแก่เจ้าหน้าที่ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละพระมหากรุณาธิคุณดังกล่าวนับเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้ตำรวจตระเวนชายแดนยึดมั่นในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชนมาโดยตลอด
การจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติในครั้งนี้ เป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมตอกย้ำเจตนารมณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการสืบสานพระราชปณิธาน ด้านการศึกษา ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็ก เยาวชนและประชาชนในพื้นที่ห่างไกลให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่ประชาชนดำเนินสืบไปอย่างยั่งยืน
พระมหากรุณาธิคุณและพระราชกรณียกิจอันทรงคุณค่าของ”สมเด็จย่า” ยังคงสถิตอยู่ในดวงใจของปวงชนชาวไทยตราบนิรันดร์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะยึดมั่นในพระราชปณิธานและน้อมนำแนวพระราชดำริมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อสร้างประโยชน์สุขแก่ประชาชนและพัฒนาคุณภาพ ชีวิตของประชาชน ดังกระแสพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ว่า
“สมเด็จย่าสิ้นแล้วอย่างสงบที่สุด สมเด็จย่ารักตำรวจมาก ช่วยดูแลงานต่างๆ ของตำรวจอย่างดีเป็นการสมควรที่ตำรวจทุกคนจะได้ปฏิบัติหน้าที่โดยเข้มแข็งอย่างสุดความสามารถ เพื่อประเทศชาติเพื่อจะได้เป็นพระราชกุศลต่อสมเด็จย่าต่อไป”

