
สระบุรี — กรณีการปรับโครงสร้างอัตรากำลังและการสิ้นสุดสัญญาจ้างพนักงานขององค์การบริหารส่วนตำบลหน้าพระลาน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจ หลังมีการยื่นเรื่องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอให้ตรวจสอบขั้นตอนการดำเนินงานและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับพนักงานจ้างบางส่วน
พ.อ.อ.ดร.ประพัฒน์พงษ์ พรพิมล นายกสมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นจังหวัดสระบุรี ได้เผยแพร่แถลงการณ์สะท้อนข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจ้างและการบริหารอัตรากำลัง โดยเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริง หลักเกณฑ์ และขั้นตอนการดำเนินงานอย่างรอบด้าน พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้ชี้แจงข้อมูลตามกระบวนการ
ยื่นเรื่องต่อศูนย์ดำรงธรรมและ ป.ป.ช.
ต่อมา ผู้แทนผู้ร้องเรียน ซึ่งขอใช้นามสมมุติว่า นางสาวรัตน์ ได้นำเรื่องยื่นต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสระบุรีและสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้พิจารณาตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่
อย่างไรก็ตาม การยื่นเรื่องร้องเรียนเป็นเพียงขั้นตอนการขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ยังไม่มีข้อสรุปว่าบุคคลหรือหน่วยงานใดกระทำผิด จึงต้องรอผลการพิจารณาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
ฝ่ายบริหารชี้แจงเหตุผลการปรับโครงสร้างอัตรากำลัง
นายเฉลิมพล นาครักษ์ รักษาการตำแหน่งปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลหน้าพระลาน ชี้แจงว่า การปรับโครงสร้างอัตรากำลังมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ตำแหน่งงานสอดคล้องกับโครงสร้างการบริหารงานใหม่ และลดความซ้ำซ้อนของหน้าที่ในบางตำแหน่ง โดยบางตำแหน่งมีการเปิดสอบเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการ จึงจำเป็นต้องพิจารณาปรับเปลี่ยนตำแหน่งจ้างเดิมให้เหมาะสมกับแผนอัตรากำลัง
ฝ่ายบริหารระบุเพิ่มเติมว่า ได้มีการชี้แจงแนวทางการปรับโครงสร้างและนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนวันที่ 30 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดสัญญาจ้างเดิมของพนักงานกลุ่มดังกล่าว
กองคลังยืนยันเปิดโอกาสให้พนักงานสมัครสอบ
นางสาวณิชกมล เย็นฤดี นักวิชาการจัดเก็บรายได้ชำนาญการ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองคลัง ชี้แจงว่า ได้จัดประชุมเพื่ออธิบายแนวทางการดำเนินงาน พร้อมเปิดโอกาสให้พนักงานสอบถามข้อสงสัยและรับทราบข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
สำหรับแนวทางในระยะต่อไป ฝ่ายบริหารระบุว่าอยู่ระหว่างรอการอนุมัติการปรับปรุงโครงสร้างตามขั้นตอนและระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มกระบวนการสรรหาและเปิดรับสมัครสอบได้ภายในเดือนมกราคม หากไม่มีข้อขัดข้อง
ทั้งนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับตำแหน่งที่จะเปิดรับสมัคร คุณสมบัติ และหลักเกณฑ์การคัดเลือก ต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ
พนักงาน 44 รายได้รับผลกระทบ รายได้และความมั่นคงเป็นข้อกังวล
จากข้อมูลที่มีการรวบรวม ระบุว่ามีพนักงานจ้างเดิมจำนวน 44 ราย ซึ่งสัญญาจ้างสิ้นสุดลง ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 โดยฝ่ายบริหารชี้แจงว่าพนักงานส่วนใหญ่ได้กลับมาปฏิบัติงานในรูปแบบจ้างเหมาบริการ ขณะที่มีพนักงานประมาณ 7–8 รายไม่ได้กลับมาทำงานในรูปแบบดังกล่าว
ในส่วนของพนักงานที่ได้รับผลกระทบ มีข้อกังวลเกี่ยวกับรายได้และความมั่นคงในการทำงาน โดยเฉพาะผู้ที่ปฏิบัติงานมาเป็นเวลานานประมาณ 15–20 ปีขึ้นไป ซึ่งบางตำแหน่งเคยได้รับค่าตอบแทนมากกว่า 22,000 บาทต่อเดือน ขณะที่การจ้างเหมาบริการบางรูปแบบมีรายได้ประมาณ 9,000 บาทต่อเดือน ตามข้อมูลที่ได้รับ
ประเด็นดังกล่าวสะท้อนถึงผลกระทบที่พนักงานบางส่วนอาจต้องเผชิญ ทั้งด้านรายได้ ภาระค่าใช้จ่าย และความต่อเนื่องในการประกอบอาชีพ อย่างไรก็ตาม รายละเอียดค่าตอบแทนและเงื่อนไขการจ้างของพนักงานแต่ละรายยังควรได้รับการตรวจสอบจากเอกสารที่เกี่ยวข้อง
ขณะเดียวกัน การปรับปรุงแผนอัตรากำลังและการเปิดสอบคัดเลือกตามหลักเกณฑ์ของทางราชการ อาจเป็นแนวทางหนึ่งในการจัดระบบบุคลากรให้สอดคล้องกับภารกิจของหน่วยงาน โดยผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ได้รับอนุมัติ คุณสมบัติของผู้สมัคร และหลักเกณฑ์การคัดเลือกที่ประกาศใช้
แผนอัตรากำลัง 3 ปี และกรอบค่าใช้จ่ายบุคลากร
ข้อมูลที่นำมาอ้างอิงเกี่ยวกับแผนอัตรากำลัง 3 ปี พ.ศ. 2570–2572 ระบุถึงมติคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัดสระบุรี ในการประชุมครั้งที่ 10/2569 เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 และหนังสือจังหวัดสระบุรี ลงวันที่ 24 กันยายน 2569
ตามข้อมูลดังกล่าว ประมาณการค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรของ อบต.หน้าพระลาน มีดังนี้
ปีงบประมาณ 2570 มีงบประมาณฐานการคำนวณ 95,550,000 บาท และรายจ่ายตามแผนอัตรากำลัง 22,790,781 บาท คิดเป็นร้อยละ 23.85
ปีงบประมาณ 2571 มีงบประมาณฐานการคำนวณ 100,327,500 บาท และรายจ่ายตามแผนอัตรากำลัง 23,840,006 บาท คิดเป็นร้อยละ 23.76
ปีงบประมาณ 2572 มีงบประมาณฐานการคำนวณ 105,343,875 บาท และรายจ่ายตามแผนอัตรากำลัง 24,942,557 บาท คิดเป็นร้อยละ 23.68
ทั้งนี้ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 มาตรา 35 กำหนดกรอบค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรไว้ไม่เกินร้อยละ 40 ตามฐานการคำนวณที่กฎหมายกำหนด อย่างไรก็ตาม การพิจารณาว่าการปรับโครงสร้างและการดำเนินการเกี่ยวกับสัญญาจ้างแต่ละกรณีเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ จำเป็นต้องตรวจสอบรายละเอียดเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
รอผลตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
กรณีดังกล่าวมีประเด็นที่ต้องพิจารณาหลายด้าน ทั้งเหตุผลและความจำเป็นในการปรับโครงสร้างอัตรากำลัง ขั้นตอนการบริหารงานบุคคล เงื่อนไขการสิ้นสุดสัญญาจ้าง ตลอดจนผลกระทบต่อพนักงานที่เกี่ยวข้อง
การนำเสนอข้อมูลจากทั้งฝ่ายผู้ร้องเรียนและฝ่ายบริหารจึงเป็นส่วนสำคัญในการทำความเข้าใจสถานการณ์ โดยควรแยกข้อร้องเรียนออกจากข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยัน และเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายนำเสนอข้อมูลหรือหลักฐานเพิ่มเติมอย่างเป็นธรรม
ขณะนี้ ประเด็นดังกล่าวยังต้องรอการตรวจสอบและผลการพิจารณาจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ โดยจะต้องยึดข้อเท็จจริง เอกสารหลักฐาน และกระบวนการตามกฎหมายเป็นสำคัญ

