
นครพนม – กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 21 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี สนธิกำลังฝ่ายความมั่นคงสกัดขบวนการลักลอบขนยาเสพติดข้ามแม่น้ำโขง หลังตรวจพบเรือกีบติดเครื่องยนต์จากฝั่ง สปป.ลาว นำชาย 3 คน เข้าฝั่งไทยบริเวณหาดทรายบ้านแพงใต้ อำเภอบ้านแพง ก่อนช่วยกันขนวัตถุต้องสงสัยขึ้นฝั่ง เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัว กลุ่มบุคคลดังกล่าวทิ้งของกลางวิ่งหลบหนี ส่วนเรือเร่งเครื่องกลับไปยังฝั่งลาว ตรวจสอบพบยาบ้า 293 มัด รวมประมาณ 586,000 เม็ด เตรียมส่งตำรวจดำเนินคดี พร้อมยกระดับมาตรการลาดตระเวนกลางวัน-กลางคืน หลังสถิติการตรวจยึดยาบ้าและไอซ์ทั่วประเทศเพิ่มสูงขึ้น
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 เวลา 15.00 น. ที่กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 21 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี บ้านปากห้วยม่วง ตำบลนาเข อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม พันเอก ศรณณัฐ นวลมณี ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 21 เป็นประธานแถลงผลการตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 293 มัด รวมประมาณ 586,000 เม็ด โดยมีหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ร่วมดำเนินการ ได้แก่ ฝ่ายปกครอง สถานีตำรวจภูธรบ้านแพง และตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237
รายงานระบุว่า ก่อนเกิดเหตุ ร้อยเอก วันชาติ เหมือนปืน ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2101 หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 21 ซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติหลัก ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่หมู่ 1 บ้านแพงใต้ ตำบลบ้านแพง อำเภอบ้านแพง จึงประสานและบูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง วางกำลังลาดตระเวนและซุ่มเฝ้าตรวจบริเวณพื้นที่เป้าหมายอย่างใกล้ชิด
กระทั่งเวลาประมาณ 22.00 น. ชุดปฏิบัติการร่วมใช้อุปกรณ์ตรวจการณ์ในเวลากลางคืน ตรวจพบเรือกีบติดเครื่องยนต์แล่นมาจากฝั่ง สปป.ลาว มีบุคคลอยู่บนเรือ 3 คน เป็นคนขับ 1 คน และผู้โดยสาร 2 คน ก่อนมุ่งหน้าเข้าจอดบริเวณหาดทรายบ้านแพงใต้ ฝั่งไทย
เจ้าหน้าที่ตรวจการณ์พบชายบนเรือช่วยกันลำเลียงสิ่งของจากเรือขึ้นฝั่ง จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวไหวตัวทัน ทิ้งสิ่งของที่กำลังขนย้ายแล้ววิ่งหลบหนีไปในความมืด ขณะที่เรือกีบติดเครื่องยนต์เร่งแล่นกลับไปยังฝั่ง สปป.ลาว
จากการเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ พบกระสอบปุ๋ย 2 กระสอบ และพัสดุทรงสี่เหลี่ยมอีก 1 ห่อ ภายในบรรจุยาบ้ารวม 293 มัด จำนวนประมาณ 586,000 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบ บันทึกภาพ และจัดทำบันทึกการตรวจยึด ก่อนนำของกลางไปเก็บรักษาที่กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2101 เพื่อส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.บ้านแพง ดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมสืบสวนขยายผลติดตามผู้เกี่ยวข้องต่อไป
ด้าน พันเอก ศรณณัฐ นวลมณี ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 21 เปิดเผยว่า หน่วยงานความมั่นคงตามแนวชายแดนได้บูรณาการกำลังร่วมกัน ทั้งหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) และตำรวจตระเวนชายแดน เพื่อเพิ่มความเข้มข้นในการป้องกันและสกัดกั้นขบวนการลักลอบขนยาเสพติด โดยเน้นการตั้งจุดตรวจ การซุ่มเฝ้าตรวจ และการลาดตระเวนทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อให้สามารถตรวจพบความเคลื่อนไหวผิดปกติและเข้าระงับเหตุได้อย่างทันท่วงที
ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 21 กล่าวเพิ่มเติมว่า จากข้อมูลการปฏิบัติงานที่ผ่านมา พบว่าการจับกุมยาเสพติดส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 80-90 เกิดขึ้นในช่วงเวลากลางคืน ซึ่งเป็นช่วงที่ทัศนวิสัยมีข้อจำกัด หน่วยจึงขอรับการสนับสนุนอุปกรณ์และเทคโนโลยีพิเศษ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจการณ์ เฝ้าระวัง และสกัดกั้นการลักลอบกระทำผิดตามแนวชายแดนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน สถิติการตรวจยึดยาเสพติดตามข้อมูลที่นำเสนอในการแถลงข่าว สะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ที่ยังน่ากังวล โดยปี 2568 ตรวจยึดยาบ้าได้ประมาณ 164.3 ล้านเม็ด ขณะที่ปี 2569 เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 230 ล้านเม็ด ส่วนยาไอซ์ ปี 2568 ตรวจยึดได้ประมาณ 7 ตัน และในปี 2569 เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 15-16 ตัน
พันเอก ศรณณัฐ ย้ำว่า ภารกิจของเจ้าหน้าที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจับกุมผู้กระทำผิดเฉพาะหน้า แต่ยังมุ่งสกัดกั้นเส้นทางลำเลียง ตัดวงจรเครือข่ายยาเสพติด และป้องกันไม่ให้ยาเสพติดทะลักเข้าสู่พื้นที่ชั้นใน โดยจะเดินหน้าปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
พร้อมกันนี้ ได้ฝากถึงประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน หากพบเบาะแสการลักลอบนำเข้ายาเสพติด หรือการกระทำผิดกฎหมายอื่น เช่น ความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากรและพระราชบัญญัติสรรพสามิต ขอให้แจ้งข้อมูลแก่หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ โดยเฉพาะอำเภอบ้านแพง สามารถประสานกองร้อยทหารพรานที่ 2101 สถานีเรือบ้านแพง (นรข.) หรือกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 เพื่อร่วมกันเฝ้าระวังและสกัดกั้นอาชญากรรมตามแนวชายแดนอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

