แพทย์ พยาบาลโรงพยาบาลนครปฐม ร่วมสดุดี ผู้บริจาคอวัยวะส่งต่อให้ผู้อื่นช่วย ช่วยได้ 5 ชีวิต พร้อมชวนสร้างกุศลยิ่งใหญ่ด้วยการบริจาคเพื่อสังคม ด้านภรรยาเผยสามีป่วยเส้นเลือดสมองแตกกระทันหัน ส่งโรงพยาบาลยื้อไม่ไหว รู้สมองตายแต่อวัยวะอื่นใช้ได้ถามลูกบอกตรงกันให้สร้างกุศลให้ผู้เป็นพ่อ ชวนทำบุญด้วยกุศลใหญ่การให้อวัยวะคือการสร้างกุศลอย่างแท้จริง
วันที่ 29 ตุลาคม 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ฌาปนสถานวัดดอนยายหอม อ.เมือง จ.นครปฐม แพทย์หญิงอุษณีย์ พูลวิวัฒน์ชัยการ รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์ โรงพยาบาลนครปฐม พร้อมด้วยคณะแพทย์พยาบาลโรงพยาบาลนครปฐม นางศิริรักษ์ สุวรรณไพร รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วยผู้นำชุมชนในตำบลดอนยายหอม ได้ร่วมพิธีฌาปนกิจนายมาโนช โพแค ผู้วายชนม์ที่เสียชชีวิตด้วยอาการเส้นเลือดในสมองแตก เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ที่ผ่านมา ซึ่งทางครอบครัวได้แจ้งในการบริจาคอวัยวะให้กับโรงพยาบาลนครปฐม เพื่อใช้ส่งต่อให้กับผู้ป่วยที่รอรับอวัยวะ โดยมีครอบครัวและผู้คุ้นเคยมร่วมพิธีส่งดวงวิญญาณเป็นครั้งสุดท้ายโดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความปิติแม้จะอยู่ในช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้า โดยแพทย์หญิงอุษณีย์ พูลวิวัฒน์ชัยการ รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์ โรงพยาบาลนครปฐมได้กล่าวคำสดุดีคุณงามความดีของผู้บริจาควัยวะในวาระสุดท้ายก่อนเคลื่อนร่างขึ้นสู่เมรุในการฌาปนกิจ

แพทย์หญิงอุษณีย์ พูลวิวัฒน์ชัยการ รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์ โรงพยาบาลนครปฐม กล่าวว่า สำหรับกรณีขงลองนายมาโนช โพแค อายุ 58 ปี ได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลนครปฐมเมื่อคืนวันที่ 24 ตุลาคม 69 ที่ผ่านมา ซึ่งทีมแพทย์พยาบาลได้นำเข้าเครื่องแสนกสมองพบว่ามีอาการสมองตายและได้แจ้งให้กับภรรยา และครอบครัวได้ทราบ จากนั้นได้รับแจ้งกลับว่าขอบริจาคอวัยวะส่วนที่ยังคงใช้ได้เพื่อส่งต่อให้กับผู้ป่วยคนอื่น โดยทีมแพทย์ได้ดำเนินการรับเรื่องและทำการนำอวัยวะ คือดวงตา 2 ข้าง ไต 2 ข้าง ลิ้นหัวใจ ซึ่งได้มีการประสานให้แพทย์จากโรงพยาบาลสถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์ มาทำการรับอวัยวะ ส่วนดวงตาได้เก็บไว้ที่โรงพยาบาลนครปฐมและส่งต่อไปยังสภากาชาดไทยส่วนกลางมารับต่อไป ซึ่งวันที่ได้ดำเนินการ นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม ได้เข้าแสดงความเสียใจและร่วมแสดงความขอบคุณให้กับครอบครัวนี้แล้ว
รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม กล่าวว่า การบริจาคอวัยวะในปัจจุบันยังไม่ได้รับความนิยมมากนัก เนื่องจากอาจจะมีความเชื่อที่ผ่านมาแต่ในความเป็นจริงการบริจาคอวัยวะคือกุศลที่ยิ่งใหญ่ เพราะสามารต่อลมหายใจให้กับผู้ป่วยที่ต้องการสับเปลี่ยนอวัยวะ เช่นดวงตาในการมองเห็น หรือการได้ไตที่มีคุณภาพดีไปให้กับผู้ป่วยเป็นการทำให้ผู้ได้รับสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้เป็นปกติอีกครั้งซึ่งถือว่ามีความสำคัญมาก
“สำหรับผู้ที่ประสงค์จะบริจาคอวัยวะแบบกรณีนี้ ในส่วนโรงพยาบาลนครปฐมสามารถแจ้งยังโรงพยาบาลนครปฐมได้ส่วนโรงพยาบาลอื่นๆ ก็สามารถแจ้งความประสงค์เอาไว้ได้เช่นกัน และอยากให้มีการบริจาคอวัยวะกันเยอะๆ เพราะเป็นสิ่งที่มีค่ากับผู้ป่วยและผู้ให้ก็ได้รับกุศลที่ยิ่งใหญ่” รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม กล่าวปิดท้าย
ด้านนางพจนา โพแค อายุ 56 ปี ภรรยาของผู้บริจาคอวัยวะบอกว่า สามีป่วยด้วยอาการฉับพลันช่วงที่แพทย์พยาบาลมาแจ้งว่าสมองของสามีเสียชีวิตแล้ว ช่วงนั้นสิ่งที่ฉุกคิดขึ้นมาได้คือการบริจาคอวัยวะที่ยังคงใช้การได้อยู่เพื่อส่งต่อให้ผู้ที่ต้องการและได้แจ้งไปกับทีมแพทย์ทันที ซึ่งเรื่องนี้ครั้งสามียังเคยมีชีวิตอยู่ แต่ก็ยังไม่ได้ตกลงกันว่าจะให้สามีบริจาคแต่เชื่อว่าการตัดสินใจครั้งนี้เค้าจะยอมรับในสิ่งนี้และลูกๆทุกคนก็ตกลงตรงกัน คือการสร้างกุศลให้พ่อของเขา
นางพจนา บอกว่า ตนเองได้ทำเรื่องบริจาคร่างกายเอาไว้แล้วเมื่อ 10 กว่าปีก่อน และเชื่อว่าการบริจาคร่างกายคือกุศลที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งที่เข้าใจเรื่องเหล่านี้คือการได้ปฏิบัติธรรมทำให้รู้และเข้าใจกลไกของการดำเนินชีวิต วันนี้แม้จะเศร้าใจที่ต้องมาส่งสามีเป็นครั้งสุดท้ายแต่ก็เป็นความปิติที่เขาได้ทำกุศลที่ยิ่งใหญ่
“เราไม่ได้ทำสิ่งนี้เพื่อเอาหน้า แต่เราทำเพื่อประโยชน์และเป็นแบบอย่างให้กับสังคม ซึ่งการให้คือกุศลใหญ่ สำหรับชีวิตและวันนี้เราได้ส่งกุศลใหญ่ให้กับสามีแล้ว และอยากให้คนบริจาคอวัยวะกันเยอะๆ เพราะเรามีแต่จิตที่จะจากไป แต่อวัยวะที่ส่งต่อจะช่วยเหลือคนได้อีกมาก” นางพจนา กล่าวปิดท้าย

