
ตามที่จังหวัดแพร่ หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาไฟป่าหมอกควัน(ฝุ่นควัน) พิมไจ – ลักษณารีย์ ดวงตาดำ และทีมงาน สส.แพร่ เขต 3 เข้าพบทีมอุทยานแห่งชาติเวียงโกศัยนำโดย นายประวิทย์ ใจคำ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย เพื่อศึกษาปัญหาไฟป่า ฝุ่นควัน พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากทางหน่วยงานใน 3 ประเด็น
1.การวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงและการจัดการเชื้อเพลิง
- กระบวนการทำงานของชุดปฏิบัติการดับไฟป่า
3.แนวทางการสร้างความร่วมมือกับภาคประชาชน คนในชุมชนเพื่อลดปัญหาฝุ่นควัน
นายประวิทย์ ใจคำ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย สะท้อนว่า การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนต้องแก้ที่คน เพราะไฟป่ามาจากคนจุด 99% ไม่ว่าจะเป็นจุดเพื่อหาของป่า เห็ด ผักหวาน ล่าสัตว์ อื่นๆ เริ่มจากการเข้าไปมีส่วนร่วมกับชุมชน ช่วยเหลือหนุนเสริมด้านต่างๆ จนเกิดโมเดลการเฝ้าระวังไฟ 30 จุดรอบบริเวณอุทยาน โดยใช้คนในชุมชนจุดละ 3 คน เป็นระยะเวลา 3 เดือน (กุมภาพันธ์
-เมษายน) อัตราค่าตอบแทน 9000.-/คน
โมเดลเฝ้าระวังไฟป่าจากคนในชุมชนช่วยลดจำนวนจุดการเกิดไฟได้มากกว่าครึ่งเทียบกับไม่ใช้
ในขณะเดียวกันทางอุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย
ได้นำเทคโนโลยีโดรนสำรวจที่มีระบบจับความร้อนมาระบุพิกัดจุดเกิดไฟแทนการเดินเท้าไประบุตำแหน่ง เพื่อนำข้อมูลมาวางแผนทำแนวกันไฟ ซึ่งช่วยลดการทำงานของเจ้าหน้าที่และลดความเสี่ยงไปได้มากพอสมควร
ระดับความรุนแรงของไฟป่าเรียงจากมากไปหาน้อย
ป่าเบญจพรรณ ป่าแพะ(ป่าเต็งรัง) ป่าดิบแล้ง
คนอยู่กับป่า
พรรคประชาชนจังหวัดแพร่
นายประวิทย์ ใจคำ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย กล่าวว่า ท่าน ส.ส. แพร่ เขต 3 และทีมงาน มาศึกษาดูงานเรื่องการบริหารจัดการไฟป่าของอุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย มีโอกาสได้ปรับจูนกันเกี่ยวกับวิธีการจัด
การปัญหาไฟป่าหมอกควันหลายๆเรื่อง ไฟป่าเกิดจากคน ต้องดับที่ต้นเหตุคือ “คน”
ช่วงบ่าย ได้พาไปดูพื้นที่ทำงานจริง การปฏิบัติงานจริงของเจ้าหน้าที่และพี่น้องเครือข่ายของอุทยานฯ
ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่

