
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ตัวแทนชุมชนบ้านต้นม่วง หมู่ที่ 1 ตำบลปงป่าหวาย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ ได้รับหนังสือเชิญเข้าพบคณะกรรมาธิการที่ดินทรัพยากร
ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร
ซึ่งบ้านต้นม่วง เป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบจากโรงงาน ที่ปล่อยควันพิษ ส่งผลให้มีผู้ป่วยแล้วกว่า 30 ราย โดยวันนี้ เชิญหน่วยราชการที่มีอำนาจหน้าที่ควบคุม ป้องกัน และออกใบอนุญาตประกอบกิจการ ได้แก่ 1. อุตสาหกรรมจังหวัดแพร่ 2.โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดแพร่ 3.ทรัพยา
กรธรรมชาติและสิ่งแวด
ล้อมจังหวัดแพร่ 4.สาธารณ
สุขจังหวัดแพร่ และ5.นายก
เทศมนตรีตำบลปงป่าหวาย เข้าชี้แจ้งพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยงานดังกล่าวในระดับกรม เพื่อร่วมกับหาข้อเท็จจริงในสาเหตุของปัญหามลภาวะดังกล่าว
เมื่อถึงเวลาประชุมในวาระ 3.3 คณะกรรมาธิการฯมาครบองค์ประชุมโดยมีนางสาวกุลวดี นพอมรบดี เป็นประธาน กมธ.ฯพร้อมด้วยตัวแทนชาวบ้าน นำโดย นางนงลักษณ์ ปลาเงิน นายพอดีศร ฉลวย นางมินตรา เวียงทอง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 นายบุญผาย กุกก้อง พร้อมชาวบ้านรวมจำนวน11คน นายธำรงศักดิ์ แสนยศ นักวิชาการกลุ่มงานอนามัยสิ่งแวดล้อมและอาชีวอนามัย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแพร่ เจ้าหน้าที่ของรัฐระดับกรมในหน่วยงานดังกล่าว มาพร้อม แต่ปรากฏว่า อุตสาหกรรมจังหวัดแพร่ ,ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแพร่ ,โยธาและผังเมืองจังหวัดแพร่ และนายกเทศมนตรีตำบลปงป่าหวายเบี้ยวไม่มาตามคำเชิญ
การที่หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องดังกล่าวไม่ให้ความร่วมมือในการประชุมแก้ปัญหาส่งผลถึงการพิจารณาที่ต้องล่าช้าออกไป ที่ประชุมได้มีข้อเสนอให้คณะ กมธ.ฯมีหนังสื่อถึงนายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ กำชับหน่วยงานให้มีความร่วมมือในการแก้ปัญหาและให้เชิญผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ พร้อมหน่วยงานที่ขาดประชุมมาร่วมประชุมอีกครั้งในการนัดครั้งต่อไป
ในการพิจารณาปัญหามลภาวะบ้านต้นม่วง ในที่ประชุม กมธ.ฯ นางนงลักษณ์ ปลาเงิน ได้ให้ข้อมูลปัญหาควันพิษ กลิ่นเหม็น เสียงดัง ทำลายสุขภาพประชาชนมีผู้ป่วยแล้วกว่า 30 คน มีการสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียในเขตน้ำท่วมติดแม่น้ำยม
เรื่องนี้ถือเป็นความผิดที่จะพ่วงไปถึงหน่วยงานที่อนุญาตในระดับต่างๆ พากันผิดกฏหมายไปด้วย ในกรณีนี้ประธานกมธ.ฯ ได้เสนอให้นางมินตรา เวียงทอง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวนในพื้นที่เพื่อยืนยันเป็นเอกสารเท็จและป้องกันความผิดที่จะเกิดกับผู้ใหญ่บ้านไว้ก่อน
นายอดิศร ฉลวย องค์กรพัฒนาเอกชนในจังหวัดแพร่ ที่เข้าไปให้ความช่วยเหลือชาวบ้าน กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวถือเป็นเรื่องใหญ่มีผลต่อสุขภาพของประชากรโดยรวม ในขณะที่ชาวบ้านร้องขอความเป็นธรรมมานานนับปี แต่หน่วยงานราชการที่รับผิดชอบในระดับจังหวัดเพิกเฉยต่อการเอาผิดโรงงาน ซึ่งพบว่าหน่วยงานหลายหน่วยรับการอุปถัมภ์จากกลุ่มธุรกิจนี้ บางหน่วยงานนำเข้าไปเป็นกรรมการในหน่วยงานตนเองทั้งๆที่ไม่ใช่คนในท้องถิ่น เรื่องนี้กลายเป็นผลประโยชน์ต่างตอบแทน ปปช./กมธ.คณะต่างๆ ควรมีการสอบเชิงลึกเพราะน่าจะเป็นสาเหตุของการเพิกเฉยต่อการแก้ปัญหา
ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่

