
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) นำกำลังบุกรวบหญิงวัย 26 ปี คาสถานีรถไฟอยุธยา หลังขยายผลพบเป็นเจ้าของบัญชีม้าสำคัญในขบวนการ Romance Scam ใช้แอปฯ หาคู่สร้างโปรไฟล์หรูลวงเหยื่อโอนเงินลงทุน เผยพฤติการณ์สุดแสบ ให้ถอนเงินช่วงแรกเพื่อสร้างความตายใจ ก่อนเชือดนิ่ม 18 ล้าน พบประวัติโชกโชนถูกตัดสินจำคุกมาแล้วหลายศาล
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. และ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. ได้สั่งการให้ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. เข้าทำการสืบสวนติดตามตัวบุคคลตามหมายจับ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 15.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้เข้าแสดงตัวจับกุม นางสาวนันทิชา (หรือเกด) อายุ 26 ปี ชาวจังหวัดเชียงใหม่ บริเวณชานชาลาสถานีรถไฟอยุธยา ต.หอรัตนไชย จ.พระนครศรีอยุธยา ขณะกำลังเตรียมเดินทางหลบหนีกลับภูมิลำเนา ผู้ต้องหาถูกจับกุมตามหมายจับของศาลอาญามีนบุรี ที่ จ.432/2569 ลงวันที่ 11 มีนาคม 2569 ในความผิดฐานสนับสนุนการกระทำผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนร่วมกันนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ (โดยทุจริตหรือหลอกลวง)
ย้อนกลับไปช่วงเดือนเมษายน 2565 มิจฉาชีพขบวนการนี้เริ่มปฏิบัติการโดยใช้แอปพลิเคชันหาคู่ชื่อดังอย่าง “Tinder” สร้างโปรไฟล์ปลอมในชื่อ “พล” เข้าหาผู้เสียหาย ชวนคุยในเชิงชู้สาวจนเกิดความรักและความไว้วางใจ จากนั้นเริ่มเข้าแผนการชักชวนลงทุนผ่านเว็บไซต์ ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาเลียนแบบแพลตฟอร์มการเทรดเงินดิจิทัลและสินทรัพย์ต่างๆ
ในช่วงแรก คนร้ายยอมให้ผู้เสียหายถอนเงินผลกำไรออกมาได้จริงจำนวนหนึ่ง เพื่อทำให้เหยื่อมั่นใจว่าแพลตฟอร์มนี้ไม่ใช่การโกง เมื่อผู้เสียหายเริ่มหลงเชื่อลงเงินก้อนใหญ่ขึ้น ระบบจะแสดงตัวเลขกำไรที่สูงเกินจริงเพื่อกระตุ้นความโลภ แต่เมื่อเหยื่อต้องการถอนเงินหลักล้าน “แอดมิน” (ซึ่งเป็นทีมงานมิจฉาชีพ) จะเข้ามาแทรกแซงโดยอ้างเงื่อนไขต่างๆ เช่น ต้องโอนค่าภาษี 15% หรือค่าดำเนินการพิเศษก่อนจึงจะปลดล็อกระบบได้ ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินรวมกว่า 20 ครั้ง ผ่านบัญชีม้าหลายบัญชี รวมมูลค่าความเสียหายสูงถึง 18,449,645 บาท
จากการสอบสวนเบื้องต้น นางสาวนันทิชา ให้การภาคเสธ โดยยอมรับว่าตนเองเป็นเจ้าของบัญชีจริงแต่ไม่มีส่วนรู้เห็นกับการหลอกลวง โดยอ้างว่าเมื่อปี 2565 ขณะทำงานรับจ้างทั่วไปที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ได้ถูกน้าสาวชักชวนให้ไปเปิดบัญชีธนาคารเพื่อแลกกับเงินค่าจ้าง โดยมีหญิงชาวเขาเผ่ามูเซอพาไปเปิดบัญชีในตัวเมืองฝางรวม 2 บัญชี ได้รับเงินค่าตอบแทนมาเพียง 8,000 บาท
ประวัติอาชญากรรมโชกโชน
จากการตรวจสอบฐานข้อมูลอย่างละเอียด พบว่านางสาวนันทิชาไม่ใช่ “ม้ามือใหม่” แต่เป็นม้าอาชีพที่มีคดีติดตัวและเคยถูกตัดสินจำคุกมาแล้วในหลายท้องที่ ได้แก่
- ศาลจังหวัดลำพูน: จำคุก 6 เดือน (เสียหาย 40,000 บาท)
- ศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์: จำคุก 1 เดือน (เสียหาย 300,000 บาท)
- ศาลจังหวัดนราธิวาส: จำคุก 2 ปี 1 เดือน (เสียหาย 650,000 บาท)
– ศาลจังหวัดอยุธยา: จำคุก 3 เดือน (เสียหาย 3,000 บาท)
หลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจคอมมาโด กองกำกับการ 4 ได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.สอท.1 (ตำรวจไซเบอร์) เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลหาตัวการใหญ่ในขบวนการนี้ต่อไป
ตำรวจสอบสวนกลางจึงฝากเตือนประชาชน ยุคปัจจุบันมิจฉาชีพมักแฝงตัวมาในแอปฯ หาคู่ ใช้ความเหงาและความรักเป็นเครื่องมือ “หากมีการชักชวนลงทุน หรือให้โอนเงินค่าภาษีก่อนถอนเงิน ให้สันนิษฐานได้ทันทีว่าคือมิจฉาชีพ” และขอเตือนผู้ที่คิดจะรับจ้างเปิดบัญชีม้า ท่านอาจได้รับเงินเพียงหลักพัน แต่ต้องแลกกับการติดคุกหลายปีและต้องรับผิดชอบในมูลค่าความเสียหายหลักล้านบาทเช่นเดียวกับคดีนี้

