ทภ.2 เปิดตำนานพันปี “นารายณ์บรรทมสินธุ์ใต้น้ำ” กลางป่าอุบลฯ ภาพสลักขอมโบราณ หนึ่งเดียวของไทย

วันที่ 20 พ.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่ พล.ท.วีรยุทธ รักษศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมคณะ ได้ร่วมสำรวจและเปิดเส้นทางลาดตระเวนศึกษาธรรมชาติ จากฐานพระใหญ่ กรมทหารพรานที่ 23 บริเวณสำนักสงฆ์ภูวังน้ำจั้น อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี โดยใช้เส้นทางดั้งเดิมที่ชาวบ้านแข้ด่อนเคยใช้เดินทางขึ้นไปสักการะ “พระนารายณ์บรรทมสินธุ์ใต้น้ำ” โบราณสถานสำคัญที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ภาพแกะสลักใต้น้ำแห่งเดียวของประเทศไทย”

การเปิดเส้นทางในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อผลักดันพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ควบคู่กับการพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี และธรรมชาติอย่างยั่งยืน

ท่ามกลางผืนป่าในจังหวัดอุบลราชธานี ไม่มีใครรู้ว่ามาโบราณศิลป์ที่หาชมได้ยากที่สุดของไทย “พระนารายณ์บรรทมสินธุ์” หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “นารายณ์บรรทมใต้น้ำ” ภาพแกะสลักนูนต่ำโบราณอายุกว่าพันปี ที่ถูกสลักลงบนโขดหินทรายธรรมชาติริมสายน้ำอย่างน่าอัศจรรย์ เสมือนงานศิลป์ที่ธรรมชาติช่วยปกปักรักษาไว้ตลอดกาล

โบราณสถานล้ำค่าแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณ “วังมน” ลำโดมใหญ่ ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ายอดโดม ตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อกับอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย

ภาพสลักมีขนาดยาวประมาณ 120 เซนติเมตร สูง 50 เซนติเมตร มีศิลาองค์พระนารายณ์ หรือพระวิษณุ บรรทมตะแคงขวาเหนือพญาอนันตนาคราช โดยยังมองเห็นเศียรนาคได้อย่างชัดเจนถึง 3 เศียร บริเวณพระนาภีมีก้านดอกบัวผุดขึ้นมา อันเป็นสัญลักษณ์แห่งการกำเนิดโลกตามคติศาสนาฮินดู ขณะที่บริเวณปลายพระบาทปรากฏรูปสตรี ซึ่งนักโบราณคดีสันนิษฐานว่าอาจเป็น “พระลักษมี” เทวีแห่งความอุดมสมบูรณ์และโชคลาภ

ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า ภาพแกะสลักแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในยุคอารยธรรมขอม ช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 15–17 หรือมีอายุเก่าแก่กว่า 1,000 ปี นับเป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนอิทธิพลทางศิลปกรรมและความเชื่อของอาณาจักรขอมที่เคยรุ่งเรืองในดินแดนอีสานใต้

สิ่งที่ทำให้ “พระนารายณ์บรรทมสินธุ์ใต้น้ำ” แตกต่างจากโบราณสถานทั่วไป คือการผสมผสานระหว่างศิลปกรรม และธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน เพราะภาพสลักนี้ไม่ได้ตั้งอยู่ภายในปราสาทหินหรือเทวสถานขนาดใหญ่ แต่ซ่อนตัวอยู่บนโขดหินกลางลำน้ำ ท่ามกลางป่าลึก ราวกับเป็นสมบัติลับแห่งอารยธรรมโบราณ

กองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า ปัจจุบัน พื้นที่แห่งนี้กำลังได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวสายประวัติศาสตร์ นักเดินป่า และผู้รักธรรมชาติมากขึ้น หลายฝ่ายคาดหวังว่าการเปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติในครั้งนี้ จะช่วยผลักดันให้ “นารายณ์บรรทมสินธุ์ใต้น้ำ” กลายเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติที่สำคัญของประเทศไทยในอนาคต

You May Also Like