
วันนี้ (11 กุมภาพันธ์ 2569) เวลา 08.00 น. ตามเวลาประเทศไทย นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พร้อมคณะฯ เดินทางออกจากที่พัก เพื่อนำคณะเข้าเยี่ยมชม Masjid Muhammadiah หรือ Masjid Cina Ipoh ณ เมืองอีโปห์ รัฐเปรัก ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นมัสยิดที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมจีนดั้งเดิม 100% ผสมผสานศิลปะจีนและอิสลามอย่างลงตัว จนผู้ที่พบเห็นอาจเข้าใจว่าเป็นวัดหรือพระราชวังจีน หากมิได้สังเกตป้ายชื่อ ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความกลมกลืนทางศาสนาในสังคมพหุวัฒนธรรมของมาเลเซีย
ต่อมา เวลา 09.00 น. คณะฯ ได้เดินทางไปยังสถาบันศึกษาอัลกุรอาน Maahad Tahfiz Dan Kemukjizatannya Al-Quran (MTKA) ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำของรัฐเปรัก มีอัตลักษณ์โดดเด่นในการจัดการเรียนการสอนด้านการท่องจำอัลกุรอาน (Tahfiz) ควบคู่กับการเรียนรู้ “ความอัศจรรย์ของอัลกุรอาน” และการพัฒนาทักษะวิชาชีพสมัยใหม่
ในการเยี่ยมชมครั้งนี้ มีนายมูฮำมัดซูวารี สาแล นายกสมาคมสถาบันศึกษาปอเนาะ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้, Mr. Nordin bin Abdul Malek ประธานสมาคมพัฒนาชุมชนรัฐเปรักและประธานบริหาร IGROW สมาคมหอการค้ารัฐเปรัก,นางสาวขวัญจิต เคียงตระกูล ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาฝ่ายพลเรือน ตลอดจนเจ้าหน้าที่ ศอ.บต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม โดยมี Ustaz Abu Hassan Bin Mufid Saud รองผู้จัดการ MTKA และคณะครูให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น
โอกาสนี้ เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวขอบคุณผู้บริหารและคณะครูที่ให้การต้อนรับอย่างดียิ่ง พร้อมชื่นชมแนวทางการจัดการศึกษาของสถาบันที่เน้นการท่องจำอัลกุรอานครบทั้ง 30 ยุซ ควบคู่กับการส่งเสริมกิจกรรมการเกษตร เช่น การปลูกพืชตามแนวคิดที่สอดคล้องกับหลักศาสนา เพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิตจริงให้แก่นักเรียน อีกทั้งยังมีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับการเรียนการสอนหลากหลายรูปแบบ และตั้งอยู่ใกล้ชายแดนไทย ซึ่งเอื้อต่อการพัฒนาความร่วมมือระหว่างสองประเทศ
นอกจากนี้ สถาบันฯ ยังมีความร่วมมือกับ IGROW ในการพัฒนาธุรกิจการเกษตรเพื่อสร้างรายได้สนับสนุนกิจกรรมการศึกษา โดยในการเยือนของคณะ ศอ.บต. เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ทางสถาบันได้เสนอความต้องการผลผลิตพริกสดและพืชผักจากประเทศไทยในปริมาณมาก เพื่อนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อาทิ พริกแห้งและซอสพริก พร้อมขอความร่วมมือจาก ศอ.บต. ในการประสานจัดหาผลผลิตทางการเกษตรดังกล่าว
เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวเพิ่มเติมว่า ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยมีสถาบันศึกษาปอเนาะในลักษณะคล้ายคลึงกันจำนวนมาก การนำผู้แทนสถาบันศึกษาปอเนาะร่วมเดินทางมาเยือนในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการบริหารจัดการศึกษา และสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาผู้เรียนให้มีความมุ่งมั่นพัฒนาตนเองและชุมชนอย่างยั่งยืน
ด้าน Ustaz Abu Hassan Bin Mufid Saud กล่าวต้อนรับและแสดงความยินดี พร้อมระบุว่าสถาบัน MTKA ก่อตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาเยาวชนในพื้นที่ โดยมุ่งเน้นการศึกษาศาสนาอย่างเข้มข้น แบ่งการเรียนการสอนเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับตะห์ฟิซ (ท่องจำอัลกุรอานทั่วไป) ระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษา (ปอเนาะสำหรับเด็กโต) พร้อมมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา และมีแผนเปิดการเรียนการสอนในระดับมหาวิทยาลัยในอนาคต
สถาบันยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพรอบด้าน อาทิ การส่งเสริมกีฬาเพื่อเสริมสร้างสุขภาพ และการเรียนรู้ 3 ภาษา ได้แก่ ภาษามลายู ภาษาอาหรับ และภาษาอังกฤษ ควบคู่กับการดำเนินกิจกรรมเศรษฐกิจเพื่อความยั่งยืน เช่น การปลูกพริก ปลูกแตงกวา เลี้ยงไก่เนื้อ ไก่ไข่ เลี้ยงปลาดุก และธุรกิจโฮมสเตย์ เพื่อนำผลผลิตไปแปรรูปจำหน่ายและสนับสนุนค่าใช้จ่ายของสถาบัน
ทั้งนี้ MTKA ถือเป็นต้นแบบของสถาบันการศึกษาศาสนาในยุคใหม่ ที่สามารถบูรณาการองค์ความรู้ด้านศาสนาเข้ากับทักษะอาชีพและแนวคิดทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม เป็นแนวทางสำคัญสำหรับการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาในพื้นที่อื่น ๆ ที่มุ่งสู่ความเป็นเลิศทั้งด้านศาสนาและโลกสมัยใหม่ควบคู่กันอย่างสมดุลและยั่งยืน
โยธิน ประชามติรัฐ/ข่าว
อับดุลมานะ ดอฆอ/ภาพ
อ.เบตง จ.ยะลา รายงาน

