
เมื่อวันที่ 20 ก.พ.69 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จุดตรวจสามแยกแม่กลอง บนทางหลวงหมายเลข 3209 (กาญจนบุรี-ด่านมะขามเตี้ย) หมู่ 2 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.สธนทัต ตั้งสิทธิ์เสรีวงศ์ รอง ผบก.ฯ พ.ต.อ.ชัยรัตน์ บัวขม ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี สั่งการให้ พ.ต.ท.โชคชัย ไทยเจริญ รอง ผกก.จราจร พ.ต.ต.เมธี บัวซ้อน สว.จราจร และ ร.ต.อ.ทศพล มีทรัพย์มาก รอง สว.จร.ฯ นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองกาญจนบุรี ตั้งด่านกวดขันวินัยการจราจร และป้องกันการกระทำผิดกฎหมายทุกชนิดทั้งอาวุธปืน ยาเสพติด รวมถึงหมายจับค้างเก่า และอื่นๆอย่างเคร่งครัด
กระทั่งพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า วีออส สีดำ หมายเลขทะเบียน ลำปาง ขับมาจากทางด้าน อ.ท่าม่วง ไปตามถนนเรียบแม่น้ำแม่กลอง ภายในรถมาด้วยกันทั้งหมด 4 คน เมื่อมาถึงด่านตรวจเจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณเรียกให้หยุดเพื่อขอตรวจสอบเอกสานประเภทใบขับขี่รวมถึงเอกสารคู่มือประจำตัวรถ ซึ่งขณะนั้นคนขับแจ้งให้ทราบว่ารถไม่มีทะเบียน เจ้าหน้าที่จึงให้นำรถไปจอดริมทางเพื่อง่ายต่อการตรวจสอบเอกสาร
จากนั้นจึงเชิญทั้งหมดลงมาจากรถ ทราบชื่อนายนิติภูมิ (ขอสงวนนามสกุล) คนขับ อายุ 21 ปี ชาว ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง นายพิศาล (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี ชาว ต.นาทราย อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช นั่งที่เบาะหน้าซ้ายชายอีก 1 รายที่นั่งที่เบาะหลังคือนายริว (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี ชาว ต.ดอนชะเอม อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี และอีก 1 คนคือนายนิวัฒน์ (สงวนนามสกุล)อายุ 34 ปี เป็นชาวตำบลหนองตากยา อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี
โดยนายนิติภูม คนขับรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวให้การว่า ตนซื้อรถยนต์ไม่มีทะเบียนมาในราคา 5 หมื่นบาท โดยใช้มาแล้วประมาณกว่า 1 ปี ส่วนป้ายทะเบียนที่นำมาติดเป็นป้ายทะเบียนของรถยนต์คันอื่นที่ทางกรมขนส่งยกเลิกทะเบียนไปแล้ว”นายนิติภูมิ กล่าวให้การ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างตรวจสอบอยู่นั้นพ.ต.ท.โชคชัย ไทยเจริญ รอง ผกก.จราจร สภ.เมืองกาญจนบุรี อดีตเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้ดูท่าทาง 3 ใน 4 คน ที่มาด้วยกันมีพิรุธ จึงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกันตรวจค้นอย่างละเอียด ผลปรากฏว่าพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า)ซุกซ่อนอยู่กระเป่ากางเกงยีนส์ขาสั้นของนายริว จำนวน 7 เม็ด เฮโรอีนชั่งพร้อมถุงพลาสติกที่ใช้บรรจุก หนัก 0.37 กรัม และจากการตรวจค้นกระเป๋าที่นายพิศาล คาดเอาไว้ที่หัวไหล่ พบอาวุธปืนเถื่อนขนาด 9 มม.จำนวน 1 กระบอก เครื่องกรุนปืนขนาด 9 มม.จำนวน 4 นัด เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดรถยนต์ พร้อมยาเสพติดและอาวุธปืน เครื่องกระสุนเป็นเอาไว้เป็นของกลาง จากนั้นจึงนำตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี พร้อมทำการตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย ผลปรากฏว่า นายนิติภูม นายริว และนายพิศาล มีศาลเสพติดในร่างกาย ส่วนนายนิวัฒน์ ที่มาด้วยไม่พบสิ่งผิดกฎหมายและสารเสพติดในร่างกายแต่อย่างใด พร้อมกับให้การว่า ตนรู้จักกับเพื่อนทั้ง3 คนก็จริง แต่ตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับของกลางที่พบ เพียงแค่ก่อนหน้านี้เพื่อนทั้ง 3 คนขับรถมารับที่บ้านเพื่อชวนมาเที่ยวในตัวเมืองกาญจนบุรีเท่านั้น ตนจึงตัดสินใจมาด้วย หลังจากที่เจ้าหน้าที่เชื่อได้ว่านายนิวัฒน์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจริง เจ้าหน้าที่จึงจัดทำประวัติเอาไว้ก่อนที่จะปล่อยตัวไป
ด้านนายนิติภูมิ เจ้าของรถยอมรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยถูกจับกุมตัวในคดีครอบครองยาเสพติดในท้องที่ อ.ท่ามะกา มาก่อน ขณะนี้อยู่ระหว่างการบำเพ็ญประโยชน์ให้กับสาธารณะ แต่ก็มาถูกจับกุมตัวได้อีกครั้งหนึ่ง
ส่วนนายพิศาล ให้การว่า อาวุธปืนกระบอกดังกล่าวตนรับจำนำมาในราคา 6 พันบาท โดยก่อนหน้านี้ตนขึ้นรถโดยสารมาจากจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยพกพาอาวุธปืนกระบอกดังกล่าวมาด้วย จากนั้นได้ไปพบกับนายนิติภูม ที่อำเภอกำแพงแสน จ.นครปฐม จากนั้นมารับเพื่อนอีก 2 คนเพื่อนชวนไปเที่ยวในตัวอำเภอเมืองกาญจนบุรี แต่ก็มาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้เสียก่อน
ทั้งนี้ พ.ต.ท.โชคชัย ไทยเจริญ รอง ผกก.จราจร สภ.เมืองกาญจนบุรี กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติย้อนหลัง พบว่านายพิศาล ที่พกปืนเถื่อนมาด้วยนั้น เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสระบุรี ในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ” หรืออธิบายง่ายๆก็คือ มีหมายจับข้อหาบัญชีม้า เป็นที่ต้องการตัวของ พนักงานสอบสวนกองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจสืบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2 ซึ่งจะได้ประสานไปยังพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีมาอายัดตัว ต่อไป
//////////////////
ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์

