
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.32 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สถานีตำรวจภูธรท่าวังผา กระทำวิสามัญฆาตกรรม นายภัทรกร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี
บริเวณกลางถนนทางหลวงชนบท หมายเลข 4022 ถนนสายนาหนุน-สบขุ่น เขตบ้านนาหนุน 1 หมู่ที่ 1 ต.แสนทอง อ.ท่าวังผา อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน หลังผู้ตาบยคลุ้มคลั่งอาละวาด คาดเสพยาบ้าและดื่มเหล้า มีอาวุธปืนขับรถตระเวนตามหาเจ้าหน้าที่ตำรวจรายหนึ่งที่มีบ้านพักอยู่ในหมู่บ้าน แต่เจ้าตัวไม่อยู่บ้าน เลยใช้อาวุธปืนข่มขู่ภรรยาตำรวจนายดังกล่าว ก่อนชาวบ้านแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าระงับเหตุ แต่นายภัทรกร จะขับรถจักยานยนต์หลบหนีก่อนจะยิงปืนใส่เจ้าหน้าที่ 4 นัด แล้วถูกวิสามัญฆาตกรรมตาบบยกลางถนน
โดยก่อนหน้านี้ นายภัทรกร และเพื่อนต่างวัย นายฟอง (นามสมมุติ) วัย 63 ปี
ได้ตั้งวงดื่มเหล้า พอเมาได้ที่แล้วได้ไปเอะอะโวยวายที่ร้านขายของชำภายในหมู่บ้าน จากนั้นได้ขับรถตามหาเจ้าหน้าที่ตำรวจรายหนึ่งที่มีบ้านพักอยู่ในหมู่บ้าน แต่ไม่เจอ พอดีภรรยาตำรวจนายดังกล่าวขับรถผ่านมา นายภัทรกร ได้ขับรถตามประกบ และเรียกให้จอด ก่อนจะลวงกระเปาเอาลูกปืนออกมา ก่อนยื่นให้ภรรยาตำรวจนายดังกล่าว ถามว่าจะเอาเม็ดไหน ก่อนจะซักถามหาตำรวจนายดังกล่าว แล้วขับรถตระเวนหาภายในหมู่บ้าน ชาวบ้านเห็นท่าไม่ดี จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าระงับเหตุ
เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพบนายภัทรกรและนายฟองขับรถออกจากริมถนนใกล้ร้านขายของชำภายในหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัว แต่รถภัทรกรได้ขับรถหลบหนีโดยมีนายฟองซ้อนท้าย เจ้าหน้าที่ได้ขับรถตามแต่แจ้งบอกให้จอดรถ นายภัทรกรไม่ยอมจอดรถและขับหนี มุ่งหน้าไปทางบ้านนาหนุน ซึ่งเป็นเขตชุมชนขนาดใหญ่ ก่อนที่นายภัทรกรจะขับรถล้ม เจ้าหน้าที่จึงจอดรถและจะเข้าระงับเหตุ แต่นายภัทรกร ได้ใช้อาวุธปืน ขนาด .38 ยิงใส่เจ้าหน้าที่ กระสุนถูกบริเณหม้อน้ำ 2 นัด และกระจกหน้ารถด้านหน้าเบาะหนั่งข้างคนขับ เจ้าหน้าที่จึงยิงสวนเพื่อป้องกันตัว กระสุนปืนถูกสะโพก นายฟอง 1 นัด นอนร้องโอดโอย แต่นายภัทรกรกลับพลิกรถจักรยานยนต์ที่ล้มอยู่ขับหนีไปต่อ จังหวะนั้นมีรถสวนมา นายภัทรกรได้ยิงใส่ แต่กระสุนไปโดน จากนั้นรถเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนที่กำลังขับมาเสริมกำลัง ผ่านมา นายภัทรกรยังยิงใสรถเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าจึงจอดรถและใช้ปืนขนาด 9 มม. ยิงสวนไป 2 นัด กระสุนถูกนายภัทรกร จนรถจักรยานยนต์ล้มลง นายภัทรกรยังพยายามป้อนกระสุนใหม่พยายามจะยิงต่อสู้เจ้าหน้าที่ ก่อนทนพิษบาดแผลไม่ไหวล้มลงจมกองเลือดอยู่กลางถนน โดยข้างๆ พบปืนขนาด .38 ปลอกกระสุนและกระสุนตกเปลี่ยนที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบ พบนายภัทรกรถูกยิงที่หัว จึงรับแจ้งรถพยาบาลให้เข้าให้การช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลทั้ง 2 ราย แต่นายภัทรกรทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมา
โดยจากการตรวจต้นกระเป๋าคาดเอวของนายภัทรกร พบปลอกกระสุนปืนที่ใช้แล้ว ซองบรรจุยาบ้า แต่ไม่พบยาบ้า คาดว่านายภัทรกรเสพจนหมดแล้ว หลอดที่ใช้เสพยาบ้า และเม็ดข้าวโพด
ด้าน พล.ต.ต.ดเรศ กัลยา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน กล่าวหลังเดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ …..
เบื้องต้นทราบว่า นายภัทรกรเมื่อก่อนจัดว่าเป็นคนดี มีครอบครัวอบอุ่น เป็นพ่อของลูกวัยขวบเศษที่กำลังน่ารัก รวมทั้งเป็นต้นแบบในหลายๆด้าน จนได้รับใบประกาศจากทางจังหวัดน่าน ก่อนชีวิตจะหลงเข้าไปวังวนยาเสพติด ถูกนำตัวส่งเข้ารับการบำบัดที่โรงพยาบาลน่าน ไป 3 ครั้ง ไม่รวมกับที่นำตัวมาสงบสติอารมณ์ที่สถานีตำรวจภูธรท่าวังผาอีกหลายครั้ง จนครั้งล่าสุด นายภัทรกรได้คลุ้มคลั่งถือมีดไปรำดาบอยู่หลังรถกระบะ อ้างว่าตนเองเป็นทหารของพระเจ้าตาก เจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีบ้านพักอยู่ในหมู่บ้าน จึงนำตัวส่งบำบัด คาดว่านายภัทรกรคงฝังใจกับเรื่องดังกล่าว จึงมาก่อเหตุ ในวันนี้
กัลยา สองเมืองแก่น จังหวัดน่าน

