ภาค 5 ร่วม นบ.ยส.35 ปปส. และฝ่ายปกครอง จับยาเสพติด 4 คดียึดยาบ้า 17.5 ล้านเม็ด ไอซ์ 597 กก. อายัดทรัพย์ 50 ล้านบาท


วันที่ 16 มีนาคม 2569 ที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วย นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นบ.ยส.35 ฝ่ายปกครอง และสำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกันแถลงผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 4 คดี สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 12 คน พร้อมของกลางยาบ้า 17.5 ล้านเม็ด ไอซ์ 597 กิโลกรัม และอายัดทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท
สำหรับปฏิบัติการกวาดล้างดังกล่าว เริ่มจากคดีแรกในพื้นที่ สภ.แม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เข้าปิดล้อมโกดังเช่าในพื้นที่ตำบลสันโป่ง พบผู้ต้องหา 7 คน กำลังบรรจุยาบ้าลงกล่องเพื่อเตรียมส่งต่อ ตรวจค้นพบยาบ้าจำนวน 14 ล้านเม็ด โดยคดีนี้เป็นการขยายผลจากการจับกุมเครือข่ายในพื้นที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งกลุ่มผู้กระทำผิดใช้วิธีอำพรางยาเสพติดมากับพืชผลทางการเกษตร และเช่าบ้านพักในพื้นที่เป็นจุดพักยา ก่อนลำเลียงส่งต่อ เจ้าหน้าที่สามารถอายัดรถยนต์ได้ 11 คัน และบ้านพร้อมที่ดิน รวมมูลค่าประมาณ 30 ล้านบาท
คดีที่ 2 เจ้าหน้าที่ สภ.เชียงคำ และ สภ.จุน จังหวัดพะเยา บูรณาการกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่บ้านสวน หลังพบถุงขยะสีดำจำนวนมากวางเรียงอยู่ เมื่อตรวจสอบพบว่าเป็นไอซ์น้ำหนักรวม 597 กิโลกรัม โดยผู้ต้องหาให้การว่า ถูกว่าจ้างให้ขนส่งสินค้าเกษตรประเภทผักหัวซิงไปยังจังหวัดลพบุรี ได้ค่าจ้างเพียง 8,000 บาท แต่ภายหลังตรวจสอบพบว่าเป็นยาเสพติด จึงดำเนินการจับกุมและขยายผลผู้เกี่ยวข้องทันที
คดีที่ 3 เมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา ที่ด่านตรวจปูแกง สภ.พาน จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่พบรถกระบะตู้ทึบต้องสงสัยขับเข้าด่านด้วยท่าทีพิรุธ เมื่อตรวจสอบภายในพบว่ามีการบรรทุกต้นกระเทียมสดที่เริ่มเน่าเสียเพื่ออำพรางกลิ่น แต่เมื่อรื้อค้นอย่างละเอียดพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่จำนวน 10 กระสอบ รวม 2.03 ล้านเม็ด จึงจับกุมผู้ขับขี่ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ส่วนคดีที่ 4 เกิดขึ้นที่ด่านตรวจยาเสพติด สภ.แม่พริก จังหวัดลำปาง เจ้าหน้าที่สกัดจับรถยนต์ 2 คัน ซึ่งเป็นรถนำและรถขนยาเสพติด โดยกลุ่มผู้ต้องหาพยายามขับรถวนหลบหนีด่านตรวจ แต่ถูกติดตามจับกุมได้ในที่สุด ตรวจสอบภายในรถพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ 6 กระสอบ รวม 1.53 ล้านเม็ด ผู้ต้องหาสารภาพว่า รับยามาจากอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย เพื่อนำไปส่งที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของตำรวจภูธรภาค 5 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน สามารถจับกุมคดียาเสพติดได้มากกว่า 13,506 คดี เป็นคดีรายสำคัญ 163 คดี ยึดยาบ้ากว่า 240 ล้านเม็ด และไอซ์อีก 5,430 กิโลกรัม พร้อมอายัดทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 508 ล้านบาท
พล.ต.ท.กฤตธาพล กล่าวว่า ยาเสพติดดังกล่าวมาจากชนกลุ่มน้อยในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีการลักลอบลำเลียงด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ โดยนำรายได้ไปซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์และพัฒนากำลังของกลุ่มตน ปัจจุบันเจ้าหน้าที่มีเครื่องเอ็กซเรย์ตรวจรถเพียง 2 จุด คือที่จังหวัดลำปางและแพร่ แต่รัฐบาลกำลังจัดหาเพิ่มเติมอีก 5 เครื่อง ซึ่งสามารถตรวจรถต้องสงสัยได้ภายในประมาณ 15 นาทีต่อคัน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้นยาเสพติดได้มากขึ้น
ด้านนายรัฐพล กล่าวว่า ฝ่ายปกครองพร้อมให้ความร่วมมือกับฝ่ายปราบปราม โดยได้เน้นย้ำกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้ประกอบการในพื้นที่ ให้ช่วยกันสอดส่องดูแลและแจ้งเบาะแส เพื่อร่วมกันสกัดกั้นยาเสพติดอย่างเต็มที่ รวมถึงการสร้างชุมชนตามแนวชายแดนให้เข้มแข็งและปลอดยาเสพติด ภายใต้การบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนตามนโยบายของรัฐบาล

You May Also Like