ความเดือดร้อนดังกล่าวได้ถูกร้องเรียนไปยัง นายประสิทธิ์ โนทะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน เขต 2 พรรคกล้าธรรม ซึ่งได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยตนเอง พร้อมรับฟังปัญหาจากพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด
จากการลงพื้นที่พบว่า ปัญหาน้ำท่วมขังไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะพื้นที่นาข้าวกว่า 100 ไร่ ที่ไม่สามารถเพาะปลูกได้เท่านั้น แต่ยังลุกลามเข้าสู่บ้านเรือนของประชาชน น้ำได้ท่วมขังบริเวณชั้นล่างของบ้านเป็นเวลานาน ห้องน้ำไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ น้ำเน่าเสียส่งกลิ่นเหม็นรุนแรง ส่งผลให้ชาวบ้านมีปัญหาสุขภาพ ทั้งอาการเจ็บป่วยและผื่นคันตามร่างกาย

ชาวบ้านสะท้อนว่า ต้องใช้ชีวิตอยู่กับน้ำสกปรกเป็นเวลานาน บางครัวเรือนต้องเดินลุยน้ำในชีวิตประจำวัน สร้างความลำบากอย่างมาก โดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็กที่ได้รับผลกระทบโดยตรง
สาเหตุสำคัญของปัญหาเกิดจากการถมที่ดินและการขยายตัวของชุมชนเมือง ทำให้เส้นทางการไหลของน้ำตามธรรมชาติถูกปิดกั้น ส่งผลให้น้ำไม่สามารถระบายออกจากพื้นที่ได้ และเกิดการสะสมจนกลายเป็นน้ำท่วมขังในวงกว้าง
นายประสิทธิ์ ระบุว่า ปัญหานี้จำเป็นต้องเร่งแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะก่อนเข้าสู่ฤดูฝน เนื่องจากหากปล่อยไว้อาจทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น และสร้างความเสียหายมากยิ่งขึ้นต่อทั้งพื้นที่เกษตรและบ้านเรือนของประชาชน
เบื้องต้น ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสถานศึกษาในพื้นที่ เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไข ทั้งในด้านการระบายน้ำและการจัดการทางไหลของน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็วที่สุด
นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำถึงความปลอดภัยของเด็กนักเรียนในพื้นที่ ก่อนการเปิดภาคเรียน ที่จำเป็นต้องมีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเหมาะสมต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
ทั้งนี้ ยืนยันว่าจะติดตามปัญหาดังกล่าวอย่างใกล้ชิด พร้อมผลักดันให้เกิดการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ และฟื้นฟูอาชีพทางการเกษตรได้อย่างยั่งยืนต่อไป
ประสิทธิ์ สองเมืองแก่น จังหวัดน่าน

