
วันที่ 2 เมษายน 2569 ที่ห้องประชุมศปก.ปกป.ภาค 3 สน. อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 ส่วนหน้าได้ติดตามสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองในพื้นที่ 17 จว.ภาคเหนือ ปรากฏว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมาตรวจพบจุดความร้อน ในพื้นที่ภาคเหนือ จำนวน 722 จุด สูงสุดที่ จ.เชียงใหม่ จำนวน 163 จุด รองลงมาคือจ.แม่ฮ่องสอน จำนวน 162 จุด
และ จ.ตาก จำนวน 79 จุด ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ จำนวน 465 จุด รองลงมาคือ ป่าสงวน จำนวน 224 จุด และ เขต สปก. จำนวน 16 จุด
ส่วนค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินเกณฑ์มาตรฐาน จำนวน 17 จังหวัด สูงสุดที่ ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ วัดได้ 345.30 มคก./ลบ.ม. รองลงมา
ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน วัดได้ 317.80 มคก./ลบ.ม. และ ต.เวียงพานคำ อ.แม่สาย จ.เชียง
ราย 216.90 มคก./ลบ.ม. ซึ่งมีผลต่อสุขภาพประชาขน
ขณะเดียวกันกองทัพบกได้ส่ง ฮ.ท.17 สนับสนุนการปฏิบัติภารกิจแก่ไขปัญหาไฟปาหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือในพื้นที่ความรับผิดชอบของศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 พร้อมเจ้าหน้าที่ประจำอากาศยานและถุงบรรจุน้ำแบบพับไต้ (Bambi bucket) เพื่อประจำการ ที่สนาม ฮ. พล.ร.7 อ.แม่ริม จว.ชม ตามแผนการใช้อากาศยาน โดยมีการวางแผนร่วมกันระหว่างกองทัพบกและ
ส่วนสนับสนุนการปฏิบัติการบินควบคุมไฟป่า กองทัพอากาศ (ส่วนหน้า) กรมป้องกันและบรร
เทาสาธารณภัย เพื่อหาแนวทางการปฏิบัติและแบ่งมอบเป้าหมาย ร่วมกับ ทีมนักบิน ให้การปฏิบัติงานเกิดประสิทธิภาพ ขณะที่ภาคพื้น กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในแต่ละจังหวัดไปประสานให้หน่วยทหารจัดรถฉีดละอองลดปัญหาฝุ่นอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ศปก.ปกป.ภาค 3 สน. ได้รับเตรียมสนับสนุนอากาศ ยานให้จังหวัดที่แจ้งความประสงค์ในการขอใช้ 2 จังหวัด 3 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่ อ.ลี้ อ.เมือง จ.ลำพูน และพื้นที่ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ตาม
ลำดับ
///////

