
วันที่ 16 เมษายน 2569 ที่ ศอ.ปกป.ภาค 3 พล.ท.วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 มอบหมายให้ พล.ท.ชายแดน กฤษณสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 3 ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฯ ส่วนหน้า ติดตามสถานการณ์ไฟป่าหมอกควัน โดยประชุมร่วมกับภาคีเครือข่ายสนับสนุนการปฏิบัติการบินควบคุมไฟป่า (อากาศยาน) ได้แก่ ทีมนักบิน Mi-17 จาก พัน.บ.ฉก. ทีมนักบิน ฮ. KA-32 จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ทีมนักบินจากกองทัพอากาศ และทีมนักบินจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อแบ่งมอบเป้าหมายการปฏิบัติให้เป็นไปตามแนวทางการบิน
จากการติดตามสถานการณ์ช่วงวันที่ 1 ธันวาคม 2568 – 14 เมษายน 2569 พบว่า ภาคเหนือเกิดจุดความร้อนสะสมจำนวน 72,527 จุด เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 18,328 จุด คิดเป็นร้อยละ 25.27 โดยสูงสุดอยู่ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน 11,702 จุด รองลงมาคือ จังหวัดเชียงใหม่ 8,937 จุด และจังหวัดลำปาง 8,121 จุด
จังหวัดที่มีจุดความร้อนเพิ่มขึ้นสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ จังหวัดเชียงราย เพิ่มขึ้น 2,627 จุด คิดเป็นร้อยละ 73.71 จังหวัดเชียงใหม่ เพิ่มขึ้น 4,645 จุด คิดเป็นร้อยละ 51.97 และจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพิ่มขึ้น 4,311 จุด คิดเป็นร้อยละ 36.84 โดยจุดความร้อนส่วนใหญ่เกิดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ป่าสงวนแห่งชาติ และพื้นที่เขต สปก. รวมมากกว่า 59,933 จุด
ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษระบุว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อยู่ระหว่าง 4.00 – 343.90 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยคุณภาพอากาศส่วนใหญ่อยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ มีจำนวนวันเกินเกณฑ์มาตรฐาน 112 วัน โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และเชียงราย อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา พบว่าค่าฝุ่นลดลงร้อยละ 34.94 โดยจังหวัดพิษณุโลกมีจำนวนวันที่ค่าฝุ่นเกินเกณฑ์มากที่สุด 73 วัน
ทั้งนี้ พล.ท.วรเทพ ได้จัดกำลัง 42 ชุดปฏิบัติการ รวม 254 นาย สนับสนุนจังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง เชียงราย และน่าน เพื่อร่วมปฏิบัติภารกิจลาดตระเวน เฝ้าระวัง และดับไฟป่า ตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดในภาคเหนือร้องขอ
สำหรับการใช้อากาศยานในการลาดตระเวนและดับไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ ช่วงวันที่ 1 ธันวาคม 2568 – 14 เมษายน 2569 มีการบูรณาการปฏิบัติ ดังนี้
อากาศยาน MI-17 ปฏิบัติการทิ้งน้ำ 20 เที่ยวบิน ปริมาณน้ำ 70,000 ลิตร
อากาศยานกองทัพอากาศ BT-67 ปฏิบัติการโปรยน้ำ 10 เที่ยวบิน ปริมาณน้ำ 30,000 ลิตร
อากาศยาน AU-23 และ AT-6 ลาดตระเวนทางอากาศ 10 เที่ยวบิน
โดรนพระราชทาน ค้นหาจุดความร้อน 16 เที่ยวบิน
อากาศยาน KA-32 ปฏิบัติการทิ้งน้ำ 230 เที่ยวบิน ปริมาณน้ำ 690,000 ลิตร
ขณะที่อากาศยานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รุ่น H-130 ปฏิบัติการทิ้งน้ำดับไฟป่า 1,466 เที่ยวบิน ปริมาณน้ำ 735,200 ลิตร และอากาศยานของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศ 122 ครั้ง ใช้สาร 64,800 กิโลกรัม รวมถึงปฏิบัติการทิ้งน้ำดับไฟป่าอีก 51 เที่ยวบิน ปริมาณน้ำ 25,500 ลิตร ทั้งนี้เพื่อให้การใช้อากาศยานเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
//////////

