
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ครอบครัวของ นางสาวเกษา (ขอสงวนนามสกุล)อายุ 45 ปี ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี พร้อมลงประกาศตามหาตัวของนางสาวเกษา ซึ่งหายตัวไปตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม 2569 รวมระยะเวลามากกว่า 4 วัน กระทั่ง วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งพบศพหญิงเสียชีวิตอยู่บริเวณหลังโรงงานน้ำตาลกาญจนบุรี ตำบลบ้านเก่า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ในสภาพใช้เชือกผูกคอห้อยอยู่กับต้นไม้ ศพเริ่มขึ้นอืดและส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณ โดยในจุดเกิดเหตุพบกางเกงใน และโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิตตกอยู่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่จึงตั้งข้อสงสัยว่าอาจเป็นคดีฆาตกรรมอำพราง จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้ามาตรวจสอบ พร้อมประสานญาติของนางสาวเกษา ให้เดินทางมาดู จึงได้รับการยืนยันว่าศพของผู้เสียชีวิตรายดังกล่าว คือศพของนางสาวเกษา อย่างแน่นอน ซึ่งจากการตรวจสอบพบข้อพิรุธหลายอย่าง จึงได้ทำการส่งศพของนางสาวเกษา ไปทำการชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดอีกครั้ง พร้อมส่งทีมชุดสืบสวนลงพื้นที่สืบหาข้อมูล ในวันที่นางสาวเกษา หายตัวไป
เพื่อนบ้าน ว่าที่ ร.ต.โยธานัท ยังระบุอีกว่า ก่อนเกิดเหตุสงสัยชายอยู่ 2 คน คือชายที่กำลังคบหาดูใจกับน้า หลังแยกทางกับสามีเก่า และชายที่พักอยู่ห้องใกล้กันห่างประมาณ 4 ห้อง โดยก่อนน้าหายตัวไปเพียง 2 วัน เคยได้ยินเสียงน้ากับคนข้างห้องทะเลาะกันอย่างรุนแรง และครั้งสุดท้ายที่พบผู้เสียชีวิตคือวันที่ 10 พฤษภาคม ก่อนจะติดต่อไม่ได้อีกเลย
ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะสามารถจับกุมตัว นายสมรอ อายุ 44 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่เช่าห้องเช่าอยู่ใกล้กับนางสาวเกษา โดยสามารถจับกุมตัวได้เมื่อช่วงเวลาประมาณ 02.00 นาฬิกา ของวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 ที่บริเวณตลาดนัดแห่งหนึ่ง ในตำบลบ้านเก่า ซึ่งนายสมรอ กำลังรอให้ลูกเลี้ยงนำเสื้อผ้ามาส่งให้เพื่อจะหลบหนีออกนอกพื้นที่ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจซ้อนแผน ดักจับกุมได้ในที่สุด ก่อนจะ นำตัวมาสอบปากคำ เพิ่มเติมที่สถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี อย่างเคร่งเครียดเป็นเวลาหลายชั่วโมง
ก่อนที่นายสมรอ จะเปิดปากยอมรับสารภาพ ว่าเป็นผู้ลงมืออนาจารนางสาวเกษา บริเวณป่าละเมาะจุดพบศพ ซึ่งหลังเสร็จได้ใช้กำลังทุบตี กระทืบและใช้เชือกรัดคอนางสาวเกษา จนเสียชีวิต ก่อนนำศพไปผูกคอใต้ต้นไม้ จัดฉากให้เหมือนกับการkาตัวตาe
โดยนายสมรอ ให้การว่า ในวันเกิดเหตุ ตนเองได้ออกอุบายให้ภรรยาของตน ขี่รถจักรยานยนต์ ไปรับนางสาวเกษา ออกมาจากบ้านเช่าซึ่งเช่าอยู่ใกล้กัน ก่อนจะพามาส่งบริเวณ ป่าละเมาะดังกล่าว และไล่ให้ภรรยาของตนกลับไปก่อนจะลงมือ จัดการกับนางสาวเกษา กระทั่งทราบข่าวมีผู้มาพบศพ จึงเตรียมตัวหลบหนีออกจากพื้นที่แต่ก็มาถูกจับกุมได้เสียก่อน โดยจากการสอบปากคำเบื้องต้น ผู้ก่อเหตุ ให้การว่า ที่ผ่านมา มักจะตั้งวงดื่มสุรา กับนางสาวเกษา หลายครั้ง และมักจะทะเลาะมีปากเสียงกันเป็นประจำ ทำให้เกิดความไม่พอใจสะสม และออกอุบาย ให้ภรรยา ขี่รถไปรับนางสาวเกศามาส่งยังจุดเกิดเหตุก่อนลงมือจนสำเร็จ
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรเมืองกาญจนบุรี และชุดสืบสวนภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ได้เชิญตัวภรรยาของผู้ก่อเหตุมาสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อจะดูว่า มีส่วนรู้เห็นกับการก่อเหตุในครั้งนี้หรือไม่ หากพบว่ามีความเกี่ยวข้องก็จะได้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สำหรับร่างของผู้เสียชีวิต ทางญาติได้รับกลับมาตั้งบำเพ็ญกุศล วัดวังเย็นใกล้บ้านเกิดเหตุแล้ว ด้วยความเศร้าโศกเสียใจในการจากไปของนางสาวเกศา โอกาสนี้ผู้ร่วมงานขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวการจากไปของ นางสาวเกษา./
////////////////////////////////////////////
ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์

