จันทบุรี/รมว.เกษตรฯ สุริยะ” นำทีมเกษตรฯ ลุยจันทบุรี ติดตามแผนการบริหารจัดการน้ำและโครงการคลองภักดีรำไพ เสริมเกราะป้องกันน้ำท่วม-ภัยแล้ง ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน


.
วันที่ (17 พฤษภาคม 2569) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ตรวจราชการและติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการน้ำ ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
.
โดยคณะได้เข้าสักการะศาลหลักเมืองจันทบุรี และถวายหมวกพร้อมยกดาบถวายสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนลงพื้นที่ติดตาม “โครงการคลองระบายน้ำภักดีรำไพ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ” ในพื้นที่ตำบลจันทนิมิต อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี
.
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ มี นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมให้การต้อนรับและนำคณะติดตามการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ ร่วมรับฟังการบรรยาย ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของโครงการคลองภักดีรำไพ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่สร้างขึ้นเพื่อบรรเทาอุทกภัยในตัวเมืองจันทบุรี สืบเนื่องจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปี 2542 และ 2544 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จึงทรงมีพระราชดำริให้ขุดคลองผันน้ำสายใหม่ เพื่อช่วยระบายน้ำลงสู่ทะเลให้เร็วยิ่งขึ้น

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายสุริยะ ได้มีข้อสั่งการด่วนถึงส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยจากการลงพื้นที่พบปะเกษตรกรเมื่อวันที่ 16 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยกำชับให้หน่วยงานด้านการบริหารจัดการน้ำ เร่งหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดสถานการณ์อุทกภัยซ้ำรอยหรือรุนแรงขึ้นกว่าเดิม ขณะเดียวกัน นายวัชระพล ได้กล่าวเสริมถึงมิติของการช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อย โดยสั่งการให้หน่วยงานต่างๆ เข้าไปดูแลและสนับสนุนให้เกษตรกรกลุ่มนี้ สามารถเข้าถึงแหล่งน้ำขนาดเล็ก เพื่อให้มีน้ำเพียงพอสำหรับการเพาะปลูกและทำการเกษตร

ทางด้าน นายมนต์สิทธิ์ ได้รายงานสถานการณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ว่า ปัจจุบันจังหวัดจันทบุรียังมีความน่ากังวลเรื่องภูมิประเทศที่มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ หากเกิดภาวะฝนตกหนักแบบ Rain Bomb ที่เกินกว่าศักยภาพการรองรับของพื้นที่ จะส่งผลให้ตัวเมืองเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ทางจังหวัดจึงขอเสนอให้พิจารณาโครงการขยายศักยภาพการระบายน้ำเพิ่มเติม ได้แก่ การขุดลอกแม่น้ำจันทบุรีซึ่งไม่ได้ดำเนินการมาเป็นเวลานาน และการเพิ่มประตูระบายน้ำในจุดอื่นๆ นอกจากนี้ ยังได้หยิบยกประเด็นวิกฤติน้ำเค็มรุกตัวเข้าสู่เขตเมือง ซึ่งกระทบต่อการใช้น้ำจืดจากแม่น้ำจันทบุรี โดยทางจังหวัดและกรมชลประทานได้เตรียมเสนอโครงการก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำเค็ม เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อเป็นการรับมือกับความท้าทายเหล่านี้กรมชลประทานได้ประกาศยกระดับศูนย์บัญชาการ 4 มิติ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือฤดูน้ำหลากขั้นสูงสุด ประกอบด้วย 1. การเพิ่มประสิทธิภาพทางพลศาสตร์ โดยการกำจัดสิ่งกีดขวางและขยะเพื่อเพิ่มความเร็วในการระบายน้ำ 2. การใช้ระบบสั่งการอัจฉริยะ ตรวจวัดข้อมูลแบบเรียลไทม์ และควบคุมบานระบายน้ำผ่านแอปพลิเคชันและกล้อง CCTV 3. การเตรียมความพร้อมด้านเครื่องจักรกล เครื่องสูบน้ำ และเครื่องปั่นไฟสำรอง รวมถึงการจัดเตรียมทีมบุคลากรเชิงรุก และ 4. การจัดตั้งวงจรปฏิบัติการตอบสนองและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถรับมือกับภาวะน้ำขึ้นน้ำลงและสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที สำหรับโครงการคลองระบายน้ำภักดีรำไพ ถือเป็นโครงการสำคัญในการขุดคลองผันน้ำ เพื่อเบี่ยงน้ำหลากจากแม่น้ำจันทบุรี ไม่ให้ไหลเข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจหลักของตัวเมือง ปัจจุบันโครงการแห่งนี้ มีบทบาทสำคัญทั้งด้านการป้องกันอุทกภัย การเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง ตลอดจนเป็นเส้นทางสัญจรและพื้นที่ออกกำลังกายของประชาชนในชุมชน อีกทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งเน้นการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันและบรรเทาปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง พร้อมยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการเกษตรของประเทศอย่างยั่งยืน.
ภาพ/ข่าว เอกลักษณ์ อานาภรณ์ ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี

You May Also Like