
.
ผ่านมาแล้ว 16 ปี พรรคประชาชนพร้อมด้วยคณะก้าวหน้าร่วมรำลึกเหตุการณ์สลายเสื้อแดงพฤษภา’ 53 ทั้งที่วัดปทุมวนาราม และแยกราชประสงค์ กรุงเทพมหานครฯ
.
หลังพิธีการทำบุญในช่วงเช้า กิตติพงษ์และศศินันท์ ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน โดยในส่วนของกิตติพงษ์ระบุว่าเหตุการณ์เมษายน-พฤษภาคม 2553 เป็นตัวอย่างหนึ่งของหลายเหตุการณ์ที่มีการใช้ความรุนแรงโดยรัฐต่อประชาชน กลไกหนึ่งที่สำคัญที่รัฐใช้ในการทำร้ายประชาชนก็คืออำนาจศาลทหาร ตัวอย่างจากกระบวนการฟ้องร้องคดี 6 ศพวัดปทุมวนาราม สุดท้ายไปจบที่อัยการทหารไม่สั่งฟ้อง ทำให้ทหาร ‘พ้นผิดลอยนวล’ จากสิ่งที่ตัวเองทำ โดยใช้อำนาจศาลทหารตาม พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร
.
สำหรับพรรคประชาชน นี่คือหนึ่งในกฎหมายที่เรามีความตั้งใจแก้ ปัจจุบัน คณะรัฐมนตรีได้ยืนยันแล้วที่จะแก้ต่อ แต่ร่างที่คณะรัฐมนตรีส่งมาเป็นการแก้ในทางธุรการเท่านั้น มีเรื่องหลักเพียง 3 เรื่อง คือ 1) การจัดโครงสร้างศาลทหารใหม่ 2) การสั่งฟ้องโดยตรงโดยไม่ต้องผ่านอัยการทหาร และ 3) การฟ้องในกรณีพิเศษเมื่อมีกฎอัยการศึกหรือมีศาลอาญาศึก ประชาชนสามารถอุทธรณ์ได้
.
กิตติพงษ์เน้นว่า หลักที่สำคัญของเรื่องนี้ คือขอบเขตอำนาจศาลทหารไม่มีการแก้ไข ข้อเสนอของพรรคประชาชนยืนยันว่าต้องมีการแก้ขอบเขตอำนาจศาลทหารด้วยกันอย่างน้อย 3 เรื่อง ดังนี้
.
1) คดีที่ทหารทำผิดอาญาต่อประชาชน ซึ่งกรณี 6 ศพวัดปทุมวนารามเป็นตัวอย่างหนึ่ง รวมถึงคดีในเหตุการณ์เมษายน-พฤษภาคม 2553 และเหตุการณ์ที่มีลักษณะเดียวกัน คือทหารทำร้ายประชาชนทั้งหมด ไม่ควรให้ทหารขึ้นศาลทหาร เพราะศาลทหารอยู่ภายใต้อำนาจที่สามารถถูกเลื่อนลดปลดย้ายได้โดยฝ่ายบริหาร
.
2) คดีทุจริต ตัวอย่างที่ชัดเจนคือเรื่องของ GT-200 และ 3) ความขัดกันกับ พ.ร.บ.อุ้มหายฯ ซึ่งปัจจุบัน พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร มีความขัดกันอยู่ และต้องมีการแก้ไขเพื่อความชัดเจน
.
ตนในฐานะทหารคนหนึ่ง สามารถเป็นตัวแทนของทหารหลายคนได้ ว่าทหารจำนวนมากไม่ได้เห็นด้วยกับเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ถ้าผู้บังคับบัญชาสั่งการมาก็ต้องทำตาม จึงต้องมีกลไกทางกฎหมาย ที่จะทำให้ทหารมั่นใจได้ว่าถ้าไม่ทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาที่สั่งให้ทำร้ายประชาชน แล้วจะสามารถปฏิเสธคำสั่งเหล่านั้นได้ซึ่งก็คือเรื่องขอบเขตอำนาจศาลทหาร
.
ขอให้ประชาชนร่วมกันติดตามการทำงานของพรรคประชาชน และกระบวนการในการแก้ไข พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร อย่างใกล้ชิด เพราะในรอบที่ผ่านมาที่มีการยื่นแก้ไขไป ติดปัญหาที่กรรมาธิการวิสามัญฯ ที่แต่ละพรรคส่งมาล้วนเป็นทหาร ซึ่งก็ย่อมปกป้องอำนาจของตัวเอง ผลการลงมติบางมาตราโดยเฉพาะในเรื่องขอบเขตอำนาจศาล ปรากฏว่าให้กลับไปใช้ธรรมนูญศาลทหารเดิม เป็นต้น
.
ด้านศศินันท์ ระบุว่าสิ่งที่ต้องติดตามจากกรณีนี้คืออายุความที่เหลืออีก 4 ปี ในส่วนของพรรคประชาชน ยังมีกลไกของคณะกรรมาธิการที่สามารถใช้ในการติดตามคดีในดีเอสไอต่อได้ ไม่ว่าจะเป็นกรรมาธิการกฎหมายฯ หรือกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ ซึ่งที่ผ่านมาเคยมีการติดตามมาแล้ว หนึ่งสิ่งที่สามารถใช้กลไกกรรมาธิการติดตามได้ คือการใช้อำนาจกรรมาธิการในการเรียกหน่วยงานหรือองค์กรเข้ามาสอบถามว่าจะมีการดำเนินกระบวนการอย่างไรต่อ
.
ส่วนการแก้ไขกฎหมายอายุความ ปัจจุบันยังมีการหารือกันอยู่ ที่ผ่านมามีการยื่นร่างแก้ไขไปแล้ว แต่กำลังหารือว่าควรจะดึงกลับมาเพื่อปรับปรุงแก้ไขให้สมบูรณ์ขึ้นหรือไม่ โดยจะมีการทบทวนอีกครั้ง ซึ่งการแก้กฎหมายอายุความเพียงอย่างเดียวย่อมไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ทั้งเรื่องของอำนาจศาลและ ป.ป.ช. เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาควบคู่กันไปด้วย ซึ่งต้องดำเนินการไปทีละขั้นตอน แต่ภายใน 4 ปีของอายุสภา น่าจะขยับกระบวนการนี้ได้พอสมควร และอาจจะเห็นความยุติธรรมปรากฏใน 4 ปีข้างหน้านี้ได้
.
สำหรับตัวแทนพรรคประชาชนและมูลนิธิคณะก้าวหน้า ประกอบด้วย ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กรุงเทพ พรรคประชาชน, สหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรคประชาชน, พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน, ปิยรัฐ จงเทพ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน, กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และ ชัยธวัช ตุลาธน ผู้อำนวยการอาวุโส มูลนิธิคณะก้าวหน้า และอดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ร่วมกิจกรรมรำลึกครบรอบ 16 ปีการสลายการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง โดยในช่วงบ่ายได้ร่วมพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิตภายในวัดปทุมวนาราม ก่อนร่วมกิจกรรมรำลึกที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ในช่วงเย็น

