
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้กำลังชุดหนุมานและคอมมานโด นำโดย พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. พร้อมด้วย พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. และ พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเข้าทำการจับกุม นายสุทัศน์ หรือที่รู้จักในวงการเงินกู้ว่า “ทัด อุทัย” อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดราชบุรี ที่ 61/2569 ในข้อหาประกอบธุรกิจให้สินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต และเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด โดยสามารถรวบตัวได้ที่บริเวณหน้าห้องพัก แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร
ปฏิบัติการในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากในช่วงปี 2565 มีกลุ่มนายทุนนอกระบบลักลอบเข้ามาปล่อยเงินกู้ในพื้นที่ชุมชนและหมู่บ้านในแถบจังหวัดเพชรบุรีและราชบุรี โดยเสนอเงื่อนไขล่อใจให้กู้ยืมเงินอย่างง่ายดาย แต่กลับแฝงไปด้วยสัญญาหน้าเลือดที่เรียกเก็บดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ 20 ต่อเดือน หรือคิดเป็นอัตราดอกเบี้ยมหาโหดถึงร้อยละ 240 ต่อปี โดยกลุ่มคนร้ายจะส่งทีมงานมาเดินสายเก็บเงินเป็นรายวัน ทว่าเมื่อเศรษฐกิจซบเซาและผู้เสียหายเริ่มประสบปัญหาทางการเงินจนไม่สามารถหาเงินมาผ่อนชำระได้ตามกำหนด พฤติกรรมของแก๊งเงินกู้นี้ก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ มีรายงานการข่าวระบุว่า กลุ่มนายทุนและลูกน้องสายโหดเปิดฉากข่มขู่คุกคามเหยื่ออย่างหนัก มีการโทรศัพท์ตามทวงหนี้กดดันตลอดทั้งวันทั้งคืนโดยไม่ให้พักผ่อน ใช้ถ้อยคำหยาบคายรุนแรง และขู่เอาชีวิตหากไม่นำเงินมาจ่าย ยิ่งไปกว่านั้น แก๊งทวงหนี้ยังก้าวร้าวถึงขั้นบุกไปปิดล้อมและพังประตูบ้านของผู้เสียหายเพื่อกดดันและแสดงอิทธิพล ข่มขู่จะทำร้ายร่างกายสมาชิกในครอบครัว จนสร้างความหวาดกลัวและตื่นตระหนกให้กับเหยื่อเป็นอย่างมาก ส่งผลให้ผู้เสียหายและคนในบ้านไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเท้าออกจากบ้าน ไม่สามารถออกไปทำมาหากินหรือใช้ชีวิตตามปกติได้ ราวกับถูกกักขังอยู่ในบ้านตัวเองด้วยความหวาดผวา ในที่สุดจึงตัดสินใจรวบรวมความกล้าหอบหลักฐานเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนเพื่อขอความช่วยเหลือ
โดยล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจคอมมานโด กก.4 บก.ปพ. ได้ทำการสืบสวนแกะรอยทางลับจนกระทั่งสายลับแจ้งเบาะแสสำคัญว่า นายสุทัศน์ หรือ “ทัด อุทัย” ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวการใหญ่ของขบวนการนี้ ได้หลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่มาซ่อนตัวกบดานอยู่ในย่านเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง จึงได้วางกำลังเฝ้าจุดสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด จนกระทั่งพบบุคคลที่มีรูปพรรณสัณฐานและรอยตำหนิตรงตามหมายจับปรากฏตัวอยู่หน้าห้องพักดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวพร้อมบัตรข้าราชการเข้าขอตรวจสอบ ซึ่งจากการตรวจสอบทะเบียนราษฎรพบว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันอย่างถูกต้อง นายสุทัศน์จึงจำนนด้วยหลักฐานและยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายสุทัศน์ ยอมรับสารภาพในภาคปฏิเสธ โดยอ้างว่าตนเองเคยเดินทางไปปล่อยเงินกู้นอกระบบในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีและราชบุรีจริง โดยคิดดอกเบี้ยร้อยละ 20 ต่อเดือนจริง แต่ในส่วนของการข่มขู่คุกคามทำร้ายร่างกายลูกหนี้นั้น ตนไม่มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องแต่อย่างใด พร้อมกับซัดทอดไปว่ามีเพื่อนสนิทชื่อ “เอ็ม” อายุประมาณ 30 กว่าปี ได้แอบอ้างนำชื่อของตนไปใช้ในการปล่อยเงินกู้และส่งคนไปตามทวงหนี้โหด อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การแก้ตัวดังกล่าว เนื่องจากแนวทางการสืบสวนและพฤติการณ์ในอดีตพบว่านายสุทัศน์เคยเดินสายปล่อยเงินกู้นอกระบบและมีพฤติกรรมฉ้อฉลในลักษณะนี้มาแล้วในหลายจังหวัด เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านคา จังหวัดราชบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

