สุรินทร์-ฝนทิ้งช่วง วิกฤตหนักภัยแล้งลาม ทำข้าวยืนต้นตาย ชาวนาวอนรัฐเร่งหามาตรการช่วย

สุรินทร์ – วันนี้ 29 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวสถานการณ์ภัยแล้งในจังหวัดสุรินทร์กำลังทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง จากผลพวงซูเปอร์เอลนีโญทำให้เกิดสภาพอากาศฝนทิ้งช่วง อากาศร้อนจัดอย่างต่อเนื่องในตอนกลางวัน และกระทบต่อ ผลผลิตทางการเกษตร อย่างหนัก ส่งผลให้ต้นข้าวที่กำลังเจริญเติบโตขาดน้ำ เหี่ยวเฉา และทยอยยืนต้นแห้งตายเป็นวงกว้าง สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างแก่ชาวนาในหลายพื้นที่อย่างหนัก บางรายถึงกับต้องไถ่นาทิ้งเพื่อรอที่จะหว่านข้าวอีกรอบ หลายครอบครัวต้องเผชิญความเสี่ยงสูญเสียผลผลิตทั้งฤดูกาล รายได้ที่เคยฝากความหวังไว้กับการทำนาอาจสูญหายไปในพริบตา ขณะที่ภาระหนี้สินจากต้นทุนการเพาะปลูกยังคงรออยู่เบื้องหน้า

เช่นในพื้นที่อำเภอเมืองสุรินทร์ ต้นข้าวในแปลงนาชาวบ้าน ซึ่งเป็นข้าวหอมมะลิที่มีชื่อเสียงของจังหวัด เริ่มเหี่ยวเฉาและแห้งตาย เป็นบริเวณกว้าง ซึ่งเป็นผลมาจากฝนทิ้งช่วงไม่มีน้ำมาหล่อเลี้ยง ดินแห้งสภาพอากาศร้อนจัดในช่วงกลางวัน ชาวนาบ้างรายถึงกับต้องไถ่นาที่ต้นข้าวแห้งตายทิ้ง เพื่อที่จะรอหว่านข้าวเสริมในรอบ 2 ซึ่งในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ในขณะนี้ ไม่เฉพาะชาวนาในพื้นที่อำเภอเมืองสุรินทร์เท่านั้น ภัยแล้งฝนทิ้งช่วงได้ขยายวงกว้างไปยังพื้นที่ปลูกข้าวของเกษตรกรในหลายพื้นที่หลายอำเภอของจังหวัดสุรินทร์ ที่อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ ยังพบว่าทุ่งนาหลายแห่งที่เคยเขียวขจี กลับกลายเป็นผืนดินแตกระแหงจากการขาดความชุ่มชื้น ต้นข้าวจำนวนมากเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เหี่ยวเฉา และเริ่มยืนต้นตายทั่วทั้งแปลง บางพื้นที่ใบข้าวแห้งกรอบจนไม่สามารถฟื้นตัวได้ หากยังไม่มีฝนตกลงมาในระยะเวลาอันใกล้ ความเสียหายมีแนวโน้มขยายวงกว้างมากยิ่งขึ้น

ชาวนาหลายคนได้แต่ยืนมองต้นข้าวที่ค่อย ๆ แห้งตายต่อหน้าต่อตา บางรายถึงกับยอมรับว่าทำได้เพียงเฝ้ารอฝนจากธรรมชาติ เพราะไม่มีแหล่งน้ำเหลือพอที่จะช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกของตนเอง ความหวังเดียวในเวลานี้คือขอให้ฝนตกลงมาโดยเร็ว ก่อนที่ผลผลิตทั้งหมดจะเสียหายจนไม่เหลือให้เก็บเกี่ยว

นายสมชาย สอนงาม อายุ 46 ปี เกษตรอำเภอบัวเชด เปิดเผยว่า ช่วงแรกฝนตกดี ข้าวงอกสวยมาก แต่พอฝนทิ้งช่วง ต้นข้าวก็เริ่มเหี่ยวและทยอยตาย ถ้าอีกสักอาทิตย์ยังไม่มีฝนตก ข้าวคงตายหมด เสียหายหลายร้อยไร่

นายสมชาย กล่าวต่ออีกว่า วิกฤตครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในพื้นที่ของตน แต่หลายอำเภอของจังหวัดสุรินทร์ต่างเผชิญปัญหาเดียวกัน ชาวนาแทบทุกครัวเรือนได้รับผลกระทบอย่างหนัก หลายคนลงทุนทั้งค่าไถนา ค่าพันธุ์ข้าว ค่าปุ๋ย ค่ายาปราบศัตรูพืช และค่าน้ำมันไปแล้วหลายหมื่นบาท แต่กลับต้องมานั่งลุ้นว่าผลผลิตจะเหลือให้เก็บเกี่ยวหรือไม่ หากข้าวเสียหายทั้งหมดก็อาจไม่มีรายได้เพียงพอสำหรับใช้จ่ายในครอบครัวและชำระหนี้สิน และอยากจะฝากถึงรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเร่งหามาตรการช่วยเหลือ โดยเฉพาะการทำฝนหลวงหรือแนวทางบรรเทาภัยแล้งอย่างเร่งด่วน เพราะถ้าข้าวตายหมด ชาวนาจะเอาอะไรกิน จะหาเงินที่ไหนใช้หนี้ ตั้งแต่ตนทำนามา ยังไม่เคยเห็นภัยแล้งที่หนักขนาดนี้มาก่อน

ขณะเดียวกัน แหล่งน้ำธรรมชาติ ทั้งห้วย หนอง และสระน้ำในหลายหมู่บ้านต่างแห้งขอด เหลือเพียงโคลนตม ไม่เพียงพอต่อการสูบน้ำมาหล่อเลี้ยงต้นข้าวที่กำลังต้องการน้ำอย่างเร่งด่วน ทำให้ชาวนาไม่สามารถหาน้ำสำรองเพื่อประคับประคองผลผลิตได้

จ.สุรินทร์

You May Also Like