
นครพนม – เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวข้ามโขง เชื่อมโยง “นครพนม–คำม่วน” จังหวัดนครพนมนำคณะกว่า 300 คน นั่งรถบัสข้ามสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 3 สัมผัสมนต์เสน่ห์ “ขุนกองแลง” แหล่งน้ำสีฟ้าครามท่ามกลางภูเขาหินปูน จนได้รับสมญา “กุ้ยหลินแห่งลาวกลาง” ก่อนร่วมถวายผ้าป่าที่พระธาตุสีโคตะบอง พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองแขวงคำม่วน และปิดท้ายด้วยการเดินเที่ยวเมืองเก่าท่าแขก ชิมกาแฟลาว ชอปสินค้าพื้นเมือง กระตุ้นการท่องเที่ยวสองฝั่งโขง
วันที่ 16 ส.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 จังหวัดนครพนม ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม มอบหมายให้ นายวรวิทย์ พิมพนิตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย นางสาวนงนุช สีดาน้อย ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครพนม นำคณะนักท่องเที่ยวในพื้นที่ประมาณ 300 คน รถบัส 5 คัน ร่วมสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงจังหวัดนครพนม ประเทศไทย กับแขวงคำม่วน สปป.ลาว เพื่อส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างสองฝั่งแม่น้ำโขง คณะออกเดินทางผ่าน สะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม–คำม่วน) มุ่งหน้าสู่จุดหมายแรก “ขุนกองแลง” แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติชื่อดังของแขวงคำม่วน ตื่นตา “ขุนกองแลง” มนต์เสน่ห์กุ้ยหลินแห่งลาวกลาง “ขุนกองแลง” ตั้งอยู่บริเวณบ้านนาคือ เมืองหินบูน แขวงคำม่วน ท่ามกลางภูมิประเทศภูเขาหินปูนอันสวยงาม มีจุดเด่นคือแหล่งน้ำธรรมชาติที่เกิดจากสายน้ำใต้ดินไหลออกมาจากภูเขาหินปูน น้ำมีสีฟ้าครามอมเขียวและใสจนสามารถมองเห็นพื้นด้านล่าง สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ผู้มาเยือน ความงดงามของผืนน้ำที่โอบล้อมด้วยแนวภูเขาหินปูน ทำให้ขุนกองแลงได้รับการกล่าวขานในหมู่นักท่องเที่ยวว่าเป็น “กุ้ยหลินแห่งลาวกลาง” และบางครั้งถูกเปรียบเปรยว่าเป็น “สวิตเซอร์แลนด์แห่งเมืองลาว” นอกจากการเที่ยวชมธรรมชาติแล้ว พื้นที่ยังมีกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยวสายผจญภัย อาทิ ซิปไลน์ การปีนหน้าผา และเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ เหมาะกับการพัฒนาเป็นจุดหมายด้าน Eco-Tourism หรือการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เชื่อมโยงกับตลาดนักท่องเที่ยวจากประเทศไทยผ่านจังหวัดนครพนม อีกหนึ่งเสน่ห์ของสถานที่แห่งนี้คือตำนานที่เล่าสืบต่อกันมาว่า ในอดีตชาวบ้านบริเวณดังกล่าวมักได้ยินเสียงคล้ายเสียง “กอง” ดังขึ้นมาจากใต้ผืนน้ำหรือภายในถ้ำ โดยเฉพาะในช่วงเย็น วันพระ และวันสำคัญทางศาสนา จึงกลายเป็นที่มาของชื่อ “ขุนกองแลง” ซึ่งเพิ่มมนต์เสน่ห์และความน่าค้นหาให้กับสถานที่แห่งนี้ ฝ่าสายฝนถวายผ้าป่า “พระธาตุสีโคตะบอง” หลังสัมผัสธรรมชาติที่ขุนกองแลง คณะเดินทางต่อไปยัง วัดพระธาตุสีโคตะบอง หรือพระธาตุศรีโคตรบูรณ์ เพื่อร่วมถวายผ้าป่าสามัคคี แม้ระหว่างกิจกรรมจะมีสายฝนโปรยลงมา แต่บรรยากาศยังเต็มไปด้วยความศรัทธา ภายหลังพิธีถวายผ้าป่า มีนางรำจากทั้งฝั่งไทยและลาวร่วมกันรำถวายองค์พระธาตุ สะท้อนความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของประชาชนสองฝั่งแม่น้ำโขงที่มีความผูกพันกันมายาวนาน พระธาตุสีโคตะบอง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง ห่างจากตัวเมืองท่าแขกประมาณ 6 กิโลเมตร ถือเป็นพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองที่สำคัญของแขวงคำม่วน และมีความเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์อาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ ตลอดจนวัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำโขง องค์พระธาตุผ่านการบูรณปฏิสังขรณ์ในหลายยุคสมัย โดยเฉพาะในสมัยอาณาจักรล้านช้าง ก่อนมีการสร้างเสริมองค์พระธาตุจนปรากฏรูปแบบสถาปัตยกรรมศิลปะลาวล้านช้างอย่างโดดเด่นมาจนถึงปัจจุบัน พระธาตุแห่งนี้ยังได้รับการกล่าวถึงในฐานะพระธาตุที่มีความสัมพันธ์ทางความเชื่อและวัฒนธรรมกับ พระธาตุพนม จ.นครพนม จึงเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่สามารถพัฒนาเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงศรัทธาเชื่อมโยงสองประเทศได้ มื้อกลางวันเรียบง่าย “หมูทอด–ข้าวเหนียว–ไข่ต้ม–แจ่ว” อีกหนึ่งสีสันของการเดินทาง คือการร่วมรับประทานอาหารกลางวันของคณะ ด้วยเมนูเรียบง่ายแบบวิถีสองฝั่งโขง ทั้ง หมูทอด ข้าวเหนียว ไข่ต้ม และน้ำจิ้มแจ่ว ก่อนเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองท่าแขก ปิดท้ายเมืองเก่าท่าแขก ชิมกาแฟลาว–ชอปสินค้าพื้นเมือง ช่วงท้ายของการเดินทาง คณะได้สัมผัสบรรยากาศ ย่านเมืองเก่าท่าแขก ริมฝั่งแม่น้ำโขง ซึ่งยังคงมีเสน่ห์ของอาคารเก่าและวิถีชีวิตชุมชน เหมาะสำหรับการเดินเที่ยว ถ่ายภาพ และสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น นักท่องเที่ยวได้เลือก ชิมกาแฟลาวรสดั้งเดิม ชอปปิ้งสินค้าพื้นเมือง รวมถึงลิ้มลองอาหารหลากหลายวัฒนธรรม ทั้งอาหารจีน ลาว เวียดนาม และไทย ซึ่งสะท้อนความหลากหลายของเมืองท่าแขกในฐานะเมืองสำคัญริมแม่น้ำโขง ก่อนที่คณะจะสิ้นสุดกิจกรรมในเวลาประมาณ 17.00 น. และเดินทางผ่านสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 3 กลับสู่จังหวัดนครพนม ตลอดการเดินทางในฝั่ง สปป.ลาว คณะได้รับการอำนวยความสะดวกจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสงบของ สปป.ลาว ทำให้การเดินทางเป็นไปด้วยความเรียบร้อย การสำรวจเส้นทางครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการผลักดัน “นครพนม–คำม่วน” ให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยว 2 แผ่นดิน โดยใช้จุดแข็งของทั้งสองพื้นที่ ทั้งธรรมชาติ ศาสนา ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม อาหาร และวิถีชีวิตริมแม่น้ำโขง มาร้อยเรียงเป็นเส้นทางเดียวกัน โดยเฉพาะความได้เปรียบของ สะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม–คำม่วน) ที่ทำให้การเดินทางข้ามแดนมีความสะดวก และสามารถต่อยอดการท่องเที่ยวจากนครพนมสู่เมืองท่าแขกและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของแขวงคำม่วน เพื่อสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวให้กับชุมชนของทั้งสองประเทศ “เช้านครพนม–เที่ยวธรรมชาติลาวกลาง–ไหว้พระธาตุ–ชิมกาแฟเมืองเก่า ก่อนกลับมานครพนมในวันเดียว” จึงเป็นอีกเส้นทางท่องเที่ยวข้ามโขงที่น่าจับตามอง และมีศักยภาพในการพัฒนาให้เป็นหนึ่งในเส้นทางท่องเที่ยวสำคัญของนครพนมและแขวงคำม่วนในอนาคต
ข่าว/ภาพประทีป วชิระธัญญากุลผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดนครพนมโทร084-934075-0

