
พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วย นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกันแถลงความคืบหน้ากรณีลูกเรือสายการบินหญิงไทยถูกทางการออสเตรเลียจับกุม หลังพบยาเสพติดประเภทเฮโรอีนซุกซ่อนในกระเป๋าสัมภาระ โดยยืนยันความคืบหน้าการทำงานร่วมกับตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) เพื่อทลายเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ
จากกรณีการติดตามตัวไรเดอร์ผู้ส่งกล่องพัสดุต้องสงสัย ล่าสุดได้มีไรเดอร์รายหนึ่งเดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ซึ่งจากการตรวจสอบพยานหลักฐานและเทียบเคียงภาพจากกล้องวงจรปิดอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าไรเดอร์รายนี้ “ไม่ใช่ผู้ต้องสงสัย” ที่นำกล่องยาเสพติดมาส่ง
โดยพบข้อเท็จจริงและหลักฐานความแตกต่าง ดังนี้
กล่องพัสดุต้องสงสัยที่ซุกซ่อนเฮโรอีนถูกนำมาส่งเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. เวลาประมาณเที่ยงเศษ ขณะที่ไรเดอร์ซึ่งมาแสดงตัว นำพัสดุมาส่งในวันที่ 23 มิ.ย. เวลาประมาณ 17.00 น. กว่า
กล่องยาเสพติดเป็นกล่องกระดาษสีน้ำตาลขนาดใหญ่ ส่วนกล่องที่ไรเดอร์คนนี้มาส่งเป็นกล่องพลาสติกสีดำ
ไรเดอร์ที่มาแสดงตัวสวมเสื้อสีเหลืองและหมวกกันน็อกสีขาว ซึ่งไม่ตรงกับผู้ต้องสงสัยในกล้องวงจรปิดที่สวมหมวกกันน็อกสีดำ
ทั้งนี้ ทาง ป.ป.ส. ได้รับฟังข้อมูล บันทึกถ้อยคำ และขอบคุณในความร่วมมือ พร้อมกับเดินหน้าเร่งแกะรอยตามหาไรเดอร์ผู้ส่งกล่องพัสดุตัวจริง และขยายผลล่าตัวการใหญ่ต่อไป
สำหรับการประสานงานกับตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) พบว่าภายในพัสดุมีกระเป๋าบรรจุอยู่ 12 ใบ แต่ขบวนการค้ายาเสพติดใช้วิธีซุกซ่อน โดยการนำเฮโรอีนซีลฝังไว้ภายในเนื้อผ้าของกระเป๋าเพียง 2 ใบเท่านั้น เจ้าหน้าที่ออสเตรเลียได้ทำการกรีดกระเป๋าเพื่อชั่งน้ำหนัก 1 ใบ พบว่ามียาเสพติดประมาณ 900 กรัม จึงคาดการณ์เบื้องต้นว่ากระเป๋าทั้ง 2 ใบจะมีน้ำหนักยาเสพติดรวมกันไม่เกิน 2 กิโลกรัม โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการตรวจจากห้องปฏิบัติการอย่างเป็นทางการ
เลขาธิการ ป.ป.ส. ยืนยันว่า ยาเสพติดประเภทไอซ์ เฮโรอีน และยาบ้า ไม่ได้มีแหล่งผลิตในประเทศไทย แต่ถูกนำเข้ามาจากพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำในประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนกระบวนการบรรจุหีบห่อ (Packaging) หรือการซุกซ่อนลงในเนื้อผ้ากระเป๋านั้น สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในประเทศเพื่อนบ้านและในไทย ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนเส้นทางของพัสดุล็อตนี้อย่างละเอียด
ในส่วนของผู้จ้างวานผ่านกลุ่มเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อบัญชี “โรส” ทาง ป.ป.ส. ไม่ปักใจเชื่อข้อมูลหน้าโปรไฟล์ และกำลังเร่งติดตามตัวผู้ใช้งานที่แท้จริง
โดยปัจจุบัน ป.ป.ส. ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมศุลกากร, กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) ภายใต้ชุดปฏิบัติการร่วม Task Force Storm โดยในวันนี้ (1 ก.ค.) ในช่วงบ่าย ได้มีการหารือร่วมกับตัวแทนจาก AFP เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึก มุ่งเป้าลากไส้ตัวการใหญ่และทลายขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติกลุ่มนี้มาดำเนินคดีให้เด็ดขาด

