ร้องจเรตำรวจสอบ ผกก.-พงส. สภ.ดังชัยภูมิ อ้างกระบวนการสอบสวนไม่เป็นธรรม-ขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่

เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2569 ที่สำนักงานจเรตำรวจ ถนนรามอินทรา แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ พร้อมด้วย ทนายเจส ณัฐปกรณ์ สุดชา พา นายพรหมมาศหฤษฎ์ กฤตทยาวีร์ ประธานผู้จัดสร้างเทวาลัยพระศรีมหากาลี (เทวาลัยทุ่งดอกกระเจียว) จ.ชัยภูมิ เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนและหลักฐานต่อจเรตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับการสถานีตำรวจและพนักงานสอบสวนในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับคดีของตน

นายพรหมมาศหฤษฎ์ เปิดเผยว่า ต้องการขอให้มีการตรวจสอบกระบวนการสอบสวนในคดีที่ตนถูกกล่าวหา เนื่องจากเห็นว่ามีบางขั้นตอนที่อาจไม่เป็นธรรมและอาจกระทบต่อสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา โดยอ้างว่าก่อนเริ่มดำเนินคดีมีการส่งข้อความทางไลน์ที่ทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความเป็นกลางในการดำเนินคดี จึงได้นำข้อความและหลักฐานที่เกี่ยวข้องมอบให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ

ส่วนกรณีที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของเทวาลัยฯ นายพรหมมาศหฤษฎ์ ระบุว่า ตนเป็นผู้เสียหายจากเหตุทรัพย์สินถูกนำออกจากพื้นที่ ได้แก่ เสาไฟฟ้าแรงสูง หม้อแปลง และมิเตอร์ รวมมูลค่าความเสียหายที่ประเมินไว้กว่า 380,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยต้องการให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามทรัพย์สินและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

นายพรหมมาศหฤษฎ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้ยื่นเรื่องต่อ บก.ปปป. เมื่อวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมาแล้วส่วนหนึ่ง และการมายื่นเรื่องต่อจเรตำรวจแห่งชาติในครั้งนี้ ต้องการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นอิสระ โดยมีข้อเรียกร้องสำคัญ ได้แก่

ขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับการสถานีตำรวจและพนักงานสอบสวนที่เกี่ยวข้อง

ขอให้พิจารณาย้ายการทำสำนวนคดีที่เกี่ยวข้องไปยังหน่วยงานนอกพื้นที่ หากเห็นว่ามีเหตุอันควร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในความเป็นกลาง

ขอให้พิจารณามาตรการที่เหมาะสมเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับการสถานีตำรวจในพื้นที่ ระหว่างการตรวจสอบ

ขอให้ตรวจสอบข้อความและหลักฐานทางการเงินหรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง หากพบว่ามีมูลและอยู่ในอำนาจหน้าที่

ขอให้ติดตามทรัพย์สินของเทวาลัยฯ ที่สูญหาย

ขอให้มีมาตรการคุ้มครองผู้ร้องจากการถูกกลั่นแกล้ง และแจ้งผลการตรวจสอบให้ทราบ

ด้าน ทนายเจส ณัฐปกรณ์ กล่าวว่า คดีอาญาที่ผู้ร้องถูกแจ้งความเมื่อวันที่ 7 ม.ค. 2569 มีประเด็นบางส่วนที่ต้องการให้ตรวจสอบ โดยเฉพาะรายละเอียดในบันทึกการรับแจ้งความ ซึ่งผู้ร้องเห็นว่ายังมีข้อมูลเกี่ยวกับพฤติการณ์แห่งคดีบางส่วนที่ควรได้รับการตรวจสอบเพิ่มเติมตามขั้นตอน

ขณะที่ นายพรหมมาศหฤษฎ์ ยืนยันว่า ตนพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงและนำพยานหลักฐานเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยระบุว่า จุดเริ่มต้นของเรื่องเกี่ยวข้องกับการที่ผู้มีจิตศรัทธาเข้ามาร่วมทำบุญสร้างเทวสถาน และมีเอกสารที่ผู้ร้องเห็นว่าสามารถใช้ประกอบการชี้แจงเจตนาได้

นายพรหมมาศหฤษฎ์ กล่าวว่า หลังจากนั้นมีการแจ้งความดำเนินคดีในหลายพื้นที่ ซึ่งตนเห็นว่าทำให้เกิดภาระในการเดินทางและต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบว่าการดำเนินคดีในแต่ละพื้นที่มีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและนำเสนอให้หน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบตามขั้นตอนกฎหมาย

ส่วนพื้นที่จัดสร้างเทวาลัยฯ นายพรหมมาศหฤษฎ์ ระบุว่า ได้ดำเนินการขออนุญาตใช้ที่ดิน ส.ป.ก. เพื่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตั้งแต่ปี 2560 และมีแนวทางจัดตั้งเป็นมูลนิธิเพื่อดำเนินกิจกรรมด้านสาธารณประโยชน์ต่อไป

You May Also Like