
วัดเขมะธีโร เมตตาวาตี กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย — พระครูสมุห์สนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส, ดร. ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย เปิดเผยถึงความสำเร็จและความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในระดับสากลว่า มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) โดยวิทยาลัยพระธรรมทูตและกองวิเทศสัมพันธ์ ได้ประสานความร่วมมือกับ สมัชชาพระธรรมทูตไทยในสาธารณรัฐอินโดนีเซีย, วัดเขมะธีโร เมตตาวาตี (Vihara Hemadhiro Mettavati) กรุงจาการ์ตา รวมถึงวัดพระธรรมกายอินโดนีเซีย และภาคีเครือข่ายพุทธศาสนา จัด “โครงการอบรมธรรมทูตคฤหัสถ์ภาคพื้นเอเชีย ครั้งที่ ๓” ขึ้นระหว่างวันที่ ๗–๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ณ วัดเขมะธีโร เมตตาวาตี กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย

พระครูสมุห์สนิทวงศ์ เปิดเผยต่อว่า โครงการดังกล่าว จากการมอบหมายของ พระพรหมวัชรธีราจารย์ อธิการบดี มจร โดยมี พระสิทธิวัชรบัณฑิต รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ มจร เป็นประธานดำเนินงาน นำคณะผู้บริหาร พระธรรมทูต และวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ร่วมกับผู้นำองค์กรพุทธและตัวแทนภาครัฐในอินโดนีเซีย ให้การอบรมแก่ชาวอินโดนีเซียที่สนใจเข้าร่วมกว่า ๘๐ คน เพื่อมุ่งสร้างสันติสุข เสริมสร้างความสามัคคี และยกระดับศักยภาพของพุทธศาสนิกชนในสังคมพหุวัฒนธรรม
ในการนี้ พระครูสุคนธ์คุณวิเทศ วิ. ประธานสมัชชาพระธรรมทูตไทยในสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ได้บรรยายพิเศษเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญ ๕ ประการของธรรมทูตคฤหัสถ์ ได้แก่ การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต, การพัฒนาคุณธรรมและทักษะชีวิต, การสร้างความเข้าใจในสังคมพหุวัฒนธรรมด้วยเมตตาธรรม, การพัฒนาผู้นำและจิตอาสา และการสนับสนุนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ทั้งยังระบุว่าธรรมทูตคฤหัสถ์คือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนการศึกษาและพัฒนาตนเองเพื่อสร้างสันติสุขในสังคมอย่างแท้จริง
ขณะเดียวกัน พระสิทธิวัชรบัณฑิต รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ มจร ได้มอบแนวคิดสำคัญผ่านการบรรยายภาคภาษาอังกฤษ ในหัวข้อ “พลังแห่งธรรมทูตคฤหัสถ์กับการพัฒนาองค์กร” โดยชี้ให้เห็นว่า ยุคปัจจุบันต้องปรับกระบวนทัศน์จากการให้คฤหัสถ์เป็นเพียง “ผู้สนับสนุน” มาสู่การเป็น “ผู้ร่วมขับเคลื่อน” ผ่าน ๕ พลังแห่งธรรมทูตคฤหัสถ์ (Applied Buddhist Power) อันประกอบด้วย: ๑. พลังแห่งเมตตากรุณา – เข็มทิศเชิงจริยศาสตร์ที่ช่วยทลายกำแพงอคติทางชาติพันธุ์และวัฒนธรรม ๒. พลังแห่งปัญญา ความรู้ และข้อมูล – อาวุธทางกลยุทธ์ในการสื่อสารธรรมะยุคดิจิทัลอย่างมีสติ ๓. พลังแห่งมิตรภาพไร้พรมแดน – การถักทอเครือข่ายพุทธบริษัท ๔ ทั้งพระสงฆ์ อุบาสก และอุบาสิกา ในระดับสากล ๔. พลังแห่งความสามัคคี – การหลอมรวมใจภาคีเครือข่ายนานาชาติให้เป็นหนึ่งเดียว ๕. พลังแห่งบุญ – ทุนทางจิตวิญญาณอันเป็นแรงขับเคลื่อนเชิงบวกจากภายใน
นอกจากนี้ Mr. Suliarna, S.Ag., Ph.D. หัวหน้าสำนักงานพระพุทธศาสนา กรุงจาการ์ตา ตัวแทนจากภาครัฐอินโดนีเซีย ได้ร่วมแสดงความยินดีพร้อมให้ข้อคิดที่น่าสนใจว่า แม้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะก้าวหน้าและมีความฉลาดเพียงใด แต่ AI ไม่มีจิตใจ มนุษย์จึงต้องใช้เทคโนโลยีอย่างมีสติ ปัญญา และคุณธรรม รวมถึงช่วยกันดูแลอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของ Y.M. Bhante Sannano Mahathera และ Romo Asun Gotama ตัวแทนวัดและมูลนิธิเขมะธีโร เมตตาวาตี ที่ยืนยันในการยึดมั่นตามหลัก “Bhinneka Tunggal Ika” (เอกภาพในความหลากหลาย) เพื่อสร้างความเข้าใจและความสามัคคีให้เกิดขึ้นในประเทศ
ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย กล่าวสรุปในท้ายที่สุดว่า การร่วมมือกันจัดโครงการอบรมในครั้งนี้ ถือเป็นมิมิตหมายอันดีและเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงเครือข่ายธรรมทูตภาคประชาชนระหว่างประเทศ ซึ่งบรรยากาศตลอดการอบรมเต็มไปด้วยความตื่นตัวและศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาวอินโดนีเซีย นับเป็นการปักหมุดรากฐานความร่วมมือทางศาสนาและวัฒนธรรมที่มั่นคง เพื่อนำคุณธรรมไปประยุกต์ใช้ในการเกื้อกูลสังคมและสร้างสันติสุขให้แก่โลกสืบไป

