
นครพนม – น้ำหลากกัดเซาะทางเบี่ยงโครงการก่อสร้างสะพาน บ้านโนนสวรรค์ อ.ท่าอุเทน ขาดเสียหายสิ้นเชิง รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้ ชาวบ้าน–นักเรียน–ผู้ป่วยเดือดร้อน ต้องอ้อมใช้เส้นทางกว่า 10 กิโลเมตร ขณะที่ถนนสำรองบางสายกลายเป็นโคลน รถผ่านไม่ได้ ผู้ใหญ่บ้านรายงานนายอำเภอ พร้อมขอประสาน อบจ.นครพนม เร่งนำเครื่องจักรเข้าซ่อมแซม หวั่นหากมีผู้ป่วยฉุกเฉินจะเดินทางออกจากหมู่บ้านไม่ทัน
วันที่ 11 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ผลกระทบจากฝนตกและน้ำหลากในพื้นที่ บ้านโนนสวรรค์ หมู่ที่ 2 ตำบลพะทาย อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม หลังปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นและไหลกัดเซาะทางเบี่ยงบริเวณปากทางเข้าหมู่บ้าน ซึ่งเป็นจุดโครงการก่อสร้างสะพานขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม จนทางเบี่ยงขาดและได้รับความเสียหายทั้งหมด
จากสภาพพื้นที่พบว่า กระแสน้ำได้กัดเซาะชั้นดินและวัสดุของทางเบี่ยงจนเกิดช่องขาดขนาดใหญ่ ทำให้เส้นทางหลักถูกตัดขาด รถยนต์และรถจักรยานยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านเข้า–ออกหมู่บ้านได้ ประชาชนจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนไปใช้เส้นทางสำรอง ซึ่งมีระยะทางไกลและสภาพเส้นทางค่อนข้างลำบาก
นายทวีศักดิ์ บุญธรรม ผู้ใหญ่บ้านโนนสวรรค์ หมู่ที่ 2 เปิดเผยว่า ขณะนี้ประชาชนสามารถใช้เส้นทางซอย 3 ออกบริเวณนาอาจารย์ไพรัตน์ ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตรได้ชั่วคราว แต่พื้นผิวถนนเริ่มเป็นดินโคลน ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก ส่วนเส้นทางซอย 4 ออกบ้านหาดทรายเพ มีระยะทางมากกว่า 10 กิโลเมตร ขณะที่เส้นทางซอย 2 ไปสะพาน 2 มีสภาพเป็นโคลนตมทั้งหมด รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้แล้ว
ผู้ใหญ่บ้านโนนสวรรค์กล่าวว่า สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินทางไปทำงาน เด็กนักเรียน รวมถึงผู้สูงอายุและผู้ป่วย เนื่องจากต้องเดินทางอ้อมเป็นระยะทางไกล อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการติดหล่มจากสภาพถนนที่เป็นโคลน
“ตอนนี้ชาวบ้านเดือดร้อนหนักครับ ทางหลักเข้า–ออกหมู่บ้านขาดทั้งหมด รถยนต์และรถจักรยานยนต์ผ่านไม่ได้ ต้องอ้อมไปอีกกว่า 10 กิโลเมตร บางเส้นทางก็เริ่มเป็นโคลนแล้ว ที่น่าเป็นห่วงคือเด็กนักเรียน ผู้สูงอายุ และผู้ป่วย หากมีเหตุฉุกเฉินและต้องนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล การเดินทางจะลำบากมาก”
นายทวีศักดิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้รายงานสถานการณ์เร่งด่วนไปยัง นายอำเภอท่าอุเทน เพื่อขอความช่วยเหลือแล้ว พร้อมขอให้ประสานไปยัง องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม (อบจ.นครพนม) ให้เร่งนำเครื่องจักรและกำลังเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่ เพื่อดำเนินการแก้ไขและซ่อมแซมทางเบี่ยงให้สามารถกลับมาใช้งานได้โดยเร็ว
“สิ่งที่ชาวบ้านต้องการมากที่สุดในตอนนี้ คือขอให้มีเส้นทางเข้า–ออกหมู่บ้านที่ปลอดภัย เพราะหากฝนยังตกและมีน้ำหลากเพิ่มขึ้น เส้นทางสำรองที่เหลืออยู่อาจยิ่งสัญจรลำบาก จึงอยากฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้ามาช่วยเหลือประชาชนโดยเร็วที่สุด” ผู้ใหญ่บ้านโนนสวรรค์กล่าว
ทั้งนี้ ประชาชนที่จำเป็นต้องเดินทางในพื้นที่ควรหลีกเลี่ยงบริเวณทางเบี่ยงที่ถูกน้ำกัดเซาะ และเพิ่มความระมัดระวังในการใช้เส้นทางสำรอง โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นดินโคลนและมีน้ำไหลผ่าน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุระหว่างรอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการแก้ไข.
ข่าว/ภาพประทีป วชิระธัญญากุลผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดนครพนมโทร084-934075-0

