น่าน – “ภราดร” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดน่าน ติดตามการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและแผนงานเร่งด่วนด้านการป้องกันและบรรเทาอุทกภัย ทั้งการปรับปรุงทำนบดินอ่างเก็บน้ำน้ำเกี๋ยนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ วงเงิน 26 ล้านบาท และแผนขุดลอกแม่น้ำน่าน 18 จุด ระยะทางรวม 13.5 กิโลเมตร งบประมาณ 97.5 ล้านบาท พร้อมกำชับหน่วยงานเร่งเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง

วันที่ 15 สิงหาคม 2569 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดน่าน โดยมีนายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมติดตามและรายงานความคืบหน้าการดำเนินงาน
จุดแรก รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีติดตามแผนปรับปรุงและซ่อมแซม อ่างเก็บน้ำน้ำเกี๋ยนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำคัญสำหรับการอุปโภคบริโภคและการเกษตรของประชาชนในพื้นที่ โดยอ่างเก็บน้ำประสบปัญหาการรั่วซึมและการทรุดตัวของดินด้านท้ายอ่าง ซึ่งอาจกระทบต่อความมั่นคงของโครงสร้างและประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำ
ปัจจุบันกรมชลประทานอยู่ระหว่างติดตามตรวจสอบอัตราการไหลและการรั่วซึมอย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดทำโครงการปรับปรุงทำนบดิน วงเงิน 26 ล้านบาท เพื่อเสริมความมั่นคงปลอดภัยของอ่างเก็บน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ หากดำเนินการแล้วเสร็จ คาดว่าจะช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยแก่ประชาชนใน 5 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านต้นกอก บ้านใหม่พัฒนา บ้านน้ำเกี๋ยนใต้ บ้านน้ำเกี๋ยนเหนือ และบ้านใหม่สันติสุข รวม 674 ครัวเรือน และพื้นที่ได้รับการป้องกันอุทกภัยประมาณ 2,900 ไร่ ขณะนี้อยู่ระหว่างขอรับการจัดสรรงบประมาณเพื่อเร่งดำเนินการ
จากนั้น นายภราดรลงพื้นที่ตรวจติดตามสภาพลำน้ำและปัญหาความตื้นเขินของ แม่น้ำน่าน บริเวณสะพานศรีบุญเรือง พร้อมติดตามแผนขุดลอกแม่น้ำน่านจำนวน 18 จุด ระยะทางรวม 13.5 กิโลเมตร มีปริมาณดินขุดรวม 791,736 ลูกบาศก์เมตร ครอบคลุมพื้นที่อำเภอท่าวังผา อำเภอเมืองน่าน อำเภอภูเพียง และอำเภอเวียงสา ภายใต้งบประมาณ 97.5 ล้านบาท
โครงการขุดลอกแม่น้ำน่านมีเป้าหมายเพิ่มศักยภาพการรองรับและการไหลของน้ำ ให้สามารถระบายและไหลเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดปัญหาน้ำเอ่อล้นและผลกระทบจากอุทกภัยต่อชุมชน พื้นที่การเกษตร และพื้นที่เศรษฐกิจ รวมทั้งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านแหล่งน้ำในระยะยาว โดยคาดว่าจะมีประชาชนได้รับประโยชน์ 13,786 ครัวเรือน และมีพื้นที่ได้รับการป้องกันอุทกภัยกว่า 24,700 ไร่ ปัจจุบันอยู่ระหว่างเร่งเสนอคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) พิจารณา
นายภราดรกล่าวว่า ทั้งสองแผนงานมีความพร้อมและมีความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาและลดความเสี่ยงจากอุทกภัยในจังหวัดน่าน โดยการดำเนินงานจะช่วยเสริมความมั่นคงของแหล่งน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ และสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน ทั้งด้านการดำรงชีวิต การเกษตร และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ จังหวัดน่านยังได้จัดทำแผนเตรียมความพร้อมรับมือภัยแล้งและอุทกภัยอย่างยั่งยืน รวม 716 โครงการ วงเงินทั้งสิ้น 16,487.82 ล้านบาท ครอบคลุมการป้องกันอุทกภัย การเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน การป้องกันตลิ่ง และการฟื้นฟูพื้นที่ป่า คาดว่าจะมีครัวเรือนได้รับประโยชน์ 30,139 ครัวเรือน โดยจะจัดทำแผนให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคมนี้ ก่อนเสนอ กนช. พิจารณาต่อไป
ทั้งนี้ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ สทนช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานตาม 9 มาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2569 อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการติดตามและคาดการณ์พื้นที่เสี่ยง การแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าอย่างรวดเร็ว ตลอดจนการเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และบุคลากรให้พร้อมเข้าปฏิบัติการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถรับมือสถานการณ์และลดผลกระทบจากอุทกภัยต่อประชาชนชาวน่านได้อย่างทันท่วงที
ประสิทธิ์ สองเมืองแก่น จ.น่าน

