ลพบุรี รมต.กลาโหมเยี่ยมให้กำลังใจทหารรบพิเศษบาดเจ็บ 12 นายจากการปะทะชายแดน

รมว.กลาโหม ลงพื้นที่ค่ายเอราวัณ ลพบุรี เยี่ยมให้กำลังใจ 12 กำลังพลรบพิเศษบาดเจ็บจากการปะทะชายแดน พร้อมเร่งรัดสิทธิกำลังพลเต็มที่ “คนที่ทำหน้าที่เพื่อประเทศ เราจะไม่ทอดทิ้ง”

วันที่ 21 สิงหาคม 2569 พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยนางสาวชุติมา สมประสงค์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลพบุรี และคณะ เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกำลังพล ณ ค่ายเอราวัณ กองพลรบพิเศษที่ 1 เพื่อพบปะ ให้กำลังใจ พร้อมติดตามการดูแลรักษาและตรวจสอบสิทธิประโยชน์ของกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตยในสถานการณ์ความไม่สงบแนวชายแดน รวมถึงสร้างขวัญกำลังใจแก่ครอบครัวของกำลังพลอย่างใกล้ชิด

การลงพื้นที่ในครั้งนี้ คณะผู้บริหารได้ร่วมพูดคุย สอบถามอาการ และติดตามสิทธิสวัสดิการด้านต่าง ๆ ของกำลังพลผู้เสียสละทั้ง 12 นาย ประกอบด้วย: ร.ท. เกียรติวงศ์ สถาวร (รพศ.2 พัน.2) ส.อ. อภิวัฒน์ ชาญประโคน (รพศ.1 พัน.2) ส.อ. อัครพล รื่นรวย (รพศ.2 พัน.2) จ.ส.ต. สุทธิพงษ์ พุทธชาติ (รพศ.4 พัน.2) จ.ส.อ. สำราญ สมานทอง (พัน.ปพ.)
จ.ส.อ. วุฒิพงษ์ เลิศดำเนิน (พัน.ปพ.) ส.อ. ชนะพงษ์ สถิตป่าแขม (พัน.จจ.) พลฯ โชคชัย เนียมแสง (พัน.จจ.) พลฯ คอลิด หมุดกะเหล็ม (พัน.จจ.) จ.ส.ท. นพนันท์ จันดาแดง (พัน.จจ.) ส.อ. ปาน สีใส (พัน.จจ.) พลฯ วิรักษ์ อรุณประสิทธิชัย (พัน.จจ.)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้แสดงความชื่นชมในความกล้าหาญและความเสียสละของกำลังพลทุกนาย พร้อมสั่งการให้หน่วยงานต้นสังกัดประสานความร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลพบุรี เพื่อตรวจสอบและดำเนินการมอบสิทธิประโยชน์ตามระเบียบทางราชการอย่างครบถ้วน รวดเร็ว ครอบคลุมทั้งเงินช่วยเหลือ เงินชดเชยการบาดเจ็บจากการรบ สิทธิการรักษาพยาบาลต่อเนื่อง และการดูแลคุณภาพชีวิตของครอบครัวกำลังพลในระยะยาว
ด้านสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลพบุรี พร้อมจัดทีมนักสังคมสงเคราะห์เข้าประเมินสภาพความเป็นอยู่และความต้องการของแต่ละครอบครัว เพื่อสนับสนุนเงินสงเคราะห์และสวัสดิการสังคมตามกรอบภารกิจอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าผู้ปฏิบัติหน้าที่จะได้รับการดูแลอย่างสมเกียรติ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมย้ำว่า “กำลังพลต้องเป็นศูนย์กลางของการดูแล” โดยการดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บไม่ควรสิ้นสุดเมื่อออกจากโรงพยาบาล แต่ต้องต่อเนื่องตั้งแต่การรักษา การฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ การกลับมาใช้ชีวิตประจำวัน การปรับสภาพบ้านพัก การประกอบอาชีพ สิทธิและสวัสดิการ ตลอดจนอนาคตของครอบครัว พร้อมกำชับผู้บังคับบัญชาทุกระดับให้ติดตามกำลังพลเป็นรายบุคคล โดยเฉพาะผู้ที่ยังอยู่ระหว่างการรักษาและฟื้นฟู ผู้ที่ได้รับผลกระทบต่อการดำรงชีวิต และผู้ที่อยู่ระหว่างกระบวนการด้านสิทธิ สวัสดิการ หรือการดำเนินการทางกำลังพล หากพบปัญหาหรือข้อขัดข้องให้เร่งประสานแก้ไข ไม่ปล่อยให้กำลังพลหรือครอบครัวต้องเดินเรื่องหรือแก้ปัญหาเพียงลำพัง การที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้ จึงเป็นการเชื่อมต่อการดูแลจากกองทัพไปสู่ระบบการสงเคราะห์และการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อให้ทุกหน่วย “เห็นด้วยกัน ฟังด้วยกัน และแก้ปัญหาไปด้วยกัน” โดยเฉพาะปัญหาที่แตกต่างกันในแต่ละครอบครัว ซึ่งต้องอาศัยการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยังเน้นย้ำถึงความปลอดภัยในการปฏิบัติภารกิจว่า ภารกิจทุกภารกิจต้องดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ผู้บังคับบัญชาต้องวางแผนอย่างรอบคอบ ประเมินความเสี่ยง และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของกำลังพลในทุกขั้นตอน “กำลังพลทุกนายมีคุณค่า ทั้งต่อกองทัพ ต่อประเทศ และต่อครอบครัวที่รอเขากลับบ้าน ภารกิจต้องสำเร็จ แต่เราต้องทำทุกวิถีทางให้คนของเราปลอดภัยที่สุด”

ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมจะนำข้อมูลและข้อเสนอที่ได้รับจากกำลังพลและครอบครัวในครั้งนี้ไปประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาการช่วยเหลือให้ตรงกับความต้องการของแต่ละราย โดยยืนยันหลักการสำคัญว่า “กำลังพลดูแลประเทศ เราต้องดูแลกำลังพลและครอบครัว คนที่ทำหน้าที่เพื่อประเทศ เราจะไม่ทอดทิ้ง”
กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

You May Also Like