
วันที่ 5 ตุลาคม 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ว่าที่ร้อยตรี ธีระพล โชคนำชัย ปลัดจังหวัดปทุมธานี นายสุทธิพร ศิวเวทพิกุล นายอำเภอหนองเสือ นายประสงค์ โพพันธ์ นายกเทศมนตรีตำบลหนองสามวัง พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ทหารจาก ศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบกที่ 1 ประจำพื้นที่ภาคกลาง ศภปอ.ทบ.1 นำรถหกล้อทหารลงพื้นที่แจกจ่ายข้าวกล่องและน้ำดื่มแจกจ่ายแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมขัง ภายหลังน้ำจากอำเภอองครักษ์ ได้ไหล่ทะลักคลองชลประทานที่ 14 จนเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมหมู่บ้านจัดสรรและชุมชนต่างๆในเขตพื้นที่ ต.หนองสามวัง ประชาชนได้รับผลกระทบจำนวนมาก

ในขณะที่ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบรายหนึ่งที่บ้านถูกน้ำท่วมขังนาน 2 สัปดาห์ได้กล่าวว่าระดับน้ำภายในซอยสูงมากโดยกลางชุมชนสูงกว่า 1 เมตรจนชาวบ้านไม่สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกต้องใช้เรือพายพายเรือออกไปหน้าปากทางเพื่อหาอาหารมารับประทานในขณะที่ตอนนี้นอกเหนือจากได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังเป็นเวลานานนั้น ตอนนี้ได้รับผลกระทบจากปลิงควายจำนวนมากที่มากับน้ำจนไม่กล้าออกจากบ้าน อีกทั้งน้ำในซอยเน่าเสียส่งกลิ่นเหม็นแล้วจึงอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยดูดน้ำออกจากชุมชนด้วย
ต่อมาทางด้านปลัดจังหวัดปทุมพร้อมด้วยหน่วยงาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่บริเวณสะพานข้ามคลองชลประทานที่ 13 หน้า รพ.สต.ศาลาครุ เพื่อตรวจสอบการระบายน้ำจากคลองชลประทานที่ 14 ผันสู่คลองชลประทานที่ 13
ด้าน ว่าที่ร้อยตรี ธีระพล กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการติดตามผลการดำเนินงานในหลายพื้นที่ หลังจากผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีได้ลงพื้นที่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อรับทราบปัญหาและความเดือดร้อนของประชาชน พร้อมสั่งการให้นายกเทศมนตรีและนายกองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่เร่งให้ความช่วยเหลือและดูแลประชาชนอย่างต่อเนื่อง สำหรับพื้นที่บริเวณหนองสามวัง ซอยมาลีแลนด์ คลอง 11 พบว่ายังคงมีน้ำท่วมขังมาตั้งแต่ช่วงวันที่ 25-26 ที่ผ่านมา และน้ำเริ่มเน่าเสียจากการท่วมขังเป็นเวลานาน ผู้ว่าราชการจังหวัดจึงได้สั่งการให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นำเครื่องสูบน้ำเข้าพื้นที่เพื่อเร่งระบายน้ำ โดยติดตั้งและเริ่มสูบน้ำตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา
จากการติดตามสถานการณ์ล่าสุด พบว่าระดับน้ำลดลงแล้วประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม ยังมีน้ำเน่าเสียตกค้างอยู่เป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงเร่งประสานทีมงานสูบน้ำเพื่อดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าภายในประมาณ 2 วัน ระดับน้ำจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด และสามารถบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ได้ นอกจากนี้ จังหวัดปทุมธานียังได้ดำเนินการแจกจ่ายอาหารและน้ำให้แก่ประชาชนที่ยังคงพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ เนื่องจากบางส่วนยังไม่ประสงค์ที่จะอพยพออกจากบ้าน โดยมีประชาชนประมาณ 134 คน ที่ยังคงอยู่ในพื้นที่และได้รับการดูแลช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้จังหวัดปทุมธานี โดยอำเภอหนองเสือและอำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก อยู่ระหว่างหารือและจัดตั้งทีมเพื่อร่วมกันบริหารจัดการน้ำ เนื่องจากสถานการณ์น้ำมีความแตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา โดยคาดว่าจะมีแนวทางการดำเนินงานออกมาในเร็ว ๆ นี้ ส่วนกรณีประชาชนในพื้นที่คลอง 14 เตรียมใช้เครื่องสูบน้ำของตนเองเพื่อเร่งระบายน้ำ แต่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น ประชาชนสามารถประสานองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หรือเทศบาลในพื้นที่เพื่อขอรับการสนับสนุนได้ เนื่องจากผู้บริหารท้องถิ่นสามารถสั่งใช้ทรัพยากรที่มีอยู่เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้ตามกรอบการประกาศภัย รวมถึงสามารถเช่าเครื่องจักรหรืออุปกรณ์จากภาคเอกชน และสนับสนุนน้ำมันเชื้อเพลิงให้ประชาชนได้ โดยต้องดำเนินการให้เกิดขึ้นจริงในพื้นที่
สำหรับจุดที่น่าเป็นห่วงในอำเภอหนองเสือ คือบริเวณศาลาครุ ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำและประสบปัญหาน้ำท่วมเป็นประจำ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำที่ไหลมาจากจังหวัดนครนายกและจังหวัดสระบุรี โดยมีการผันน้ำจากพื้นที่ดังกล่าวลงสู่แม่น้ำใน ทำให้น้ำไหลมารวมกันและผ่านพื้นที่ศาลาครุถือเป็นจุดที่มีสถานการณ์น้ำหนักที่สุดในอำเภอหนองเสือ โดยเจ้าหน้าที่พยายามดึงน้ำจากคลอง 14 ลงคลอง 13 ก่อนผันต่อไปยังคลองหกวาสายล่าง เพื่อระบายออกจากพื้นที่ หลังจากเส้นทางระบายน้ำลงไปทางองครักษ์ไม่สามารถรองรับน้ำได้ เนื่องจากระดับน้ำเต็มและมีการยันน้ำไว้

