
จากการประกาศนัด ชุมนุมใหญ่ กลุ่มปราจีนเข้มแข็ง พรุ่งนี้ (23 ส.ค.) เพื่อยกระดับ หยุดยั้งถังขยะโลกปราจีนบุรี ตามที่มีการแถลงการณ์เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง ตามที่นักปกป้องสิทธิมนุษยชนและประชาชนเครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง ได้ประกาศชุมนุมคัดค้านการขยายอีอีซีมายัง จังหวัดปราจีนบุรี ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2569 โดยมีข้อเสนอให้ นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกุล ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ลงนามคำสั่งยกเลิกการขยายพื้นที่อีอีซีมายังจังหวัดปราจีนบุรี โดยทันที
ทั้งนี้ ช่วงเวลาที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก สามารถมีมติและลงนามยกเลิกการขยายพื้นที่ EEC มาปราจีนบุรีได้เลย แต่กลับนิ่งเฉยมิได้สนใจข้อเรียกร้องของประชาชนแต่อย่างใด อีกทั้งยังปล่อยให้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายอำนาจ วิลาวัลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรีเขต 1 พรรคภูมิใจไทย ซึ่งบุคคลทั่ง 2 ท่าน เป็นบุคคลภายใต้รัฐบาลของท่าน ออกมาสร้างความสับสนให้แก่สังคมด้วยการ ประกาศว่า “นายกรัฐมนตรีนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ยกเลิกการขยาย EEC มายัง จ.ปราจีนบุรีไปแล้ว” ประชาชนเครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง ขอประนามพฤติกรรมเช่นนี้ของรัฐบาลที่ ปล่อยให้ผู้ที่ดำรงตนในตำแหน่งอันทรงเกียรติเหล่านี้มาเล่นละครลิงตบตาประชาชนไปวัน ๆ รวมไปถึง
นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ที่ดำรงตนไม่เป็นกลาง ปฏิบัติหน้าที่ไม่เหมาะสมต่อตำแหน่งข้าราชการของประชาชน ละเลยและเพิกเฉยในการดำเนินการแก้ไขปัญหา อีกทั้งยังมีพฤติกรรมขัดขวางการชุมนุมการแสดงความคิดเห็นของภาคประชาชน โดยการปิดประตูรั้วศูนย์ราชการจังหวัดฯ เพื่อมิให้ภาคประชาชนเข้าไปยังศูนย์ราชการฯ ไม่อำนวยความสะดวก ทั้ง รถสุขา ระบบไฟฟ้า แม้กระทั่งกรวยกั้นจราจร ทางผู้ชุมนุมยังต้องขอใช้ของแขวงการทางที่มีการก่อสร้างอยู่ใกล้กับบริเวณชุมนุม ไม่นับรวมถึงพฤติกรรมต่างๆที่ไม่เหมาะสม ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วในหมู่ประชาชนชาวปราจีนบุรี เป็นเวลากว่า 5 วันแล้ว ที่ประชาชนเครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง ปักหลักพักค้างคืน นอนกลางดินกินกลางทราย เพื่อส่งสาส์นไปยัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ให้ลงนามคำสั่งยกเลิกการขยายพื้นที่อีอีซีมายังจังหวัดปราจีนบุรีนั้น กลับมิได้รับการเหลียวแล หรือว่าเสียงของเราเบาเกินกว่าที่ นายกรัฐมนตรี จะได้ยิน
.
วันนี้ประชาชนเครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง จึงขอประกาศเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวปราจีนบุรีทุกท่าน ที่รักบ้านเกิดเมืองนอน ลุกขึ้นมาปกป้องสิ่งที่พวกราหวงแหน ลุกขึ้นมาสู้กับภัยที่กำลังคุกคามบ้านของเรา ออกมาแสดงพลังเพื่อร่วมกันเปล่งเสียงอีกครั้ง ประกาศให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ยินว่า “คนปราจีนบุรี ไม่เอา EEC” โดยมีนัดหมายร่วมกัน ณ ศูนย์ราชการจังหวัดปราจีนบุรี ในวันอาทิตย์ ที่ 23 สิงหาคม 2569 เวลา 12.00 น.เป็นต้นไป รวมพลังสร้างประวัติศาสตร์ “หยุดยั้งถังขยะโลกปราจีนบุรี” ด้วยความเชื่อมั่นในพลังประชาชน
วันนี้ (23 ส.ค. 69) เมื่อถึงเวลานัดหมาย ได้มีกลุ่มพลังมวลชนจากในพื้นที่ อ.นาดี อ.กบินทร์บุรี รวมทั้งพี่น้องในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง ได้ทยอย ขับรถยนต์ส่วนตัวเดินทางไปยังบริเวณที่นัดหมายการชุมนุมกันอย่างต่อเนื่อง รวมประมาณกว่า 500 คน บางรายได้นำน้ำดื่ม อาหารหวานคาว นำไปสนับสนุนกลุ่มปราจีนเข็มแข็งเป็นจำนวน
ในการชุมนุมครั้งนี้ มีการให้ประชาชนร่วมลงชื่อคัดค้านไม่เอา EEC มีการเขียนข้อความต่างๆ ตามความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนลงในผืนผ้า เพื่อเป็นการประกาศจุดยืน รวมทั้งมีการสร้างหุ่นจำลอง นายอนุทิน ชาญวีรกุล ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี นายอำนาจวิลาวัลย์ สส.พรรคภูมิใจไทย เพื่อให้คนที่ผ่านไปมาได้เห็นว่ามีส่วนร่วมในการเอา EEC ที่พี่น้องประชาชนคนปราจีนบุรีไม่ต้องการ
นายสุนทร คมคาย กล่าวว่า วันนี้เป็นวันที่เรานัดหมายกันเนื่องจากเป็นวันอาทิตย์พี่น้องที่ทำงานก็หยุดงานมาร่วมกันจากทุกอำเภอในจังหวัดปราจีนบุรีรวมทั้งจังหวัดใกล้เคียงที่พี่น้องช่วยกันไม่ว่าจะฉะเชิงเทรา นครนายก แต่หลักๆก็เป็นพี่น้องมาจากจังหวัดปราจีนบุรี มาด้วยความมุ่งมั่นพี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากสิ่งแวดล้อม ทั้งบ่อทอง วังตะเคียน ท่าช้าง ลาดตะเคียน ศรีมหาโพธิ รวมถึงพี่น้องตำบลกบินทร์ที่กำลังเป็นประเด็น เรื่องลากสายไฟจากโรงไฟฟ้าผ่านไปที่โรงงานจีน ตอนนี้ก็ได้รับผลกระทบ
พี่น้องหลายท่านชาวเกษตรอินทรีย์ก็ลุกขึ้นมาคัดค้านการขยายพื้นที่เขตอีอีซีแต่จริงๆนัดหมายเที่ยง วันนี้เราก็มาเปล่งเสียงร่วมกัน แต่ราชการปิดพอราชการเปิดพี่น้องก็ไปทำงานอาจจะนัดมากับพี่น้องส่วนหนึ่งยกระดับไปทำเนียบรัฐบาล เมื่อเราถึงจังหวะเวลา เราก็มาเคลียร์พื้นที่ จุดไหนมุมไหนในจังหวัดของเราได้รับผลกระทบจากกากอุตสาหกรรม จากแรงงานต่างด้าว คนจีนแย่งอาชีพ เราคิดว่าแผนพัฒนาจังหวัดต้องอยู่ในมือของคนปราจีนบุรี อนาคตของปราจีนบุรีต้องเป็นของคนปราจีนบุรีที่เกิดที่นี่เป็นคนกำหนดกันเอง
ส่วนตัวแทน เกษตรกรอินทรีย์ ตำบลวังท่าช้าง กล่าวว่า การที่เรามารวมตัวกันเพราะว่าตำบลวังท่าช้างได้รับผลกระทบ มีการลักลอบนำขยะอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีสารเคมีไปทิ้ง ตัวผมเองก็มองว่าอนาคตของลูกหลานถ้าสิ่งแวดล้อมที่มีมีผลกระทบมาจากอุตสาหกรรมไม่ว่าจะเป็นที่มีอยู่แล้วหรืออนาคตที่จะเอาอีอีซีเข้ามาแล้วระบบการจัดการไม่ดี ก็ทำให้เราดูแลรักษาพื้นที่ปกป้องไว้ให้ลูกหลานจึงมาร่วมกันในวันนี้ ตอนนี้ที่ยังไม่ได้เป็นอีอีซี การจัดการเรื่องขยะและเรื่องมลพิษก็ไม่ดีอยู่แล้ว เห็นว่าช่วงหน้าร้อนหน้าหนาวจะมี PM 2.5 และการปล่อยระบบน้ำเสียเป็นบริษัทที่มาแล้วไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งตัวนี้สร้างผลผลกระทบกับเราไม่ว่าจะเป็นเรื่องแรงงาน ทุกวันนี้มาสร้างที่นี่บอกจะจ้างแรงงานที่นี่ แต่สุดท้ายที่มาก็อิมพอร์ตคนงานต่างประเทศเข้ามาแย่งอาชีพของคนไทย หลังมามาแย่งอาชีพที่เป็นอาชีพสงวนของเราซึ่งคนไทยเราไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้ เรามองเห็นว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปอนาคตพี่น้องลูกหลานเราจะอยู่อย่างไรอนาคตอาจจะต้องเป็นทาส เราต้องลุกขึ้นมาสู้

