
วันที่ 29 ก.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา หลังฝนตกหนักและสะสม ในพื้นที่ตอนบน ส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสูงขึ้นต่อเนื่อง แต่เพื่อลดผลกระทบจังหวัดเศรษฐกิจท้ายเขื่อนเจ้าพระยา และกรุงเทพฯ ที่เผชิญกับมหาอุทกภัยอยู่ในขณะนี้ จำเป็นต้องตรึงการระบายน้ำไว้ที่อัตรา 2,000 ลบ.ม./วินาที และชะลอน้ำไว้ในพื้นที่ว่างเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเป็นการชั่วคราว เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง และควบคุมไม่ให้ผลกระทบขยายวงกว้าง ส่งผลให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยามีแนวโน้มสูงขึ้น แต่จะควบคุมไม่ให้เกินระดับ +18.00 เมตร รทก. ส่วนพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบได้แก่ ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งริมแม่น้ำ อ.เมืองอุทัยธานี จ.อุทัยธานี อ.มโนรมย์ อ.วัดสิงห์ อ.เมืองชัยนาท จ.ชัยนาท
ปัจจุบันที่สถานีวัดน้ำ C.13 เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท มีปริมาณน้ำทางด้านเหนือเขื่อนอยู่ที่ 17.76 เมตร/รทก. ระดับน้ำยังคงเพิ่มขึ้นสูงต่อเนื่อง มีปริมาณน้ำทางด้านท้ายเขื่อนอยู่ที่ 14.67 เมตร/รทก. คงที่จากวานนี้ ระดับน้ำห่างตลิ่งอยู่ที่ 1.67 ม.รทก. และเขื่อนเจ้าพระยาคงอัตราการระบายน้ำผ่านเขื่อนอยู่ที่ 2,000 ลบ.ม./วินาที เป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน
สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดชัยนาท ทั้งเหนือและท้ายเขื่อนเจ้าพระยา มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 6 อำเภอ 28 ตำบล 111 หมู่บ้าน 1 ชุมชน 948 ครัวเรือน 2,632 คน 851 หลังคาเรือน พื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบ 67,292 ไร่
ขณะที่ นายบันลือศักดิ์ สุนทร นายอำเภอหนองมะโมง พร้อมด้วย พระรังษีวชิรคุณ เจ้าคณะอำเภอหนองมะโมง เจ้าอาวาสวัดทรงเสวย เทศบาลตำบลหนองมะโมง และผู้เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่หมู่ที่ 1 ต.หนองมะโมง อ.หนองมะโมงชัยนาท เดินลุยน้ำและลงเรือ เพื่อนำข้าวสารอาหารแห้งไปให้ถึงมือ และให้กำลังใจและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย จากน้ำหลากเข้าในพื้นที่อ.หนองมะโมง
การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการผนึกกำลังของฝ่ายปกครอง คณะสงฆ์ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมดูแลพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย พร้อมติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ

