ชาวบ้านนาปลากั้งฯ นำหลักฐานมอบตำรวจ ขอให้ตรวจสอบกรณีตัดไม้ในพื้นที่สาธารณะ 59 ไร่

แพร่ – เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 กันยายน 2569 ตัวแทนชาวบ้านบ้านนาปลากั้ง ตำบลนาพูน อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ จำนวน 4 คน นำเอกสารและหลักฐานภาพถ่ายที่เกี่ยวข้องกับการส่งมอบเงินซึ่งชาวบ้านระบุว่าเกี่ยวข้องกับการซื้อขายไม้สักในพื้นที่สาธารณะ (ที่ดิน นสล.) บริเวณข้างสหกรณ์การเกษตรตำบลนาพูน เข้ามอบให้พนักงานสอบสวน สภ.นาพูน เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและประกอบการดำเนินคดีกรณีการบุกรุกที่ดินสาธารณะและการตัดโค่นต้นไม้ในพื้นที่ดังกล่าว

ร.ต.ท.ทินกร พึ่งตน พนักงานสอบสวน สภ.นาพูน รับมอบเอกสารและหลักฐาน พร้อมลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน โดยจะส่งต่อให้ พ.ต.ท.ปิยมิตร บุญนำพา พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี พิจารณาประกอบสำนวนและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากเหตุการณ์ที่มีการเข้าใช้พื้นที่ป่าสาธารณะ (ที่ดิน นสล.) เนื้อที่ประมาณ 59 ไร่ ซึ่งชาวบ้านระบุว่าพบการตัดโค่นไม้สักและไม้กระยาเลย รวมถึงการนำเครื่องจักรเข้าไปดำเนินการในพื้นที่ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ

ตัวแทนชาวบ้านระบุว่า ก่อนหน้านี้มีการอ้างถึงการทำประชาคมของหมู่บ้านเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับต้นไม้ในพื้นที่ดังกล่าว แต่ชาวบ้านบางส่วนมีข้อโต้แย้งว่า วัตถุประสงค์ที่ได้รับแจ้งเดิมเป็นเพียงการดำเนินการกับต้นไม้บริเวณใกล้แนวรั้วของสหกรณ์การเกษตรตำบลนาพูน ไม่ใช่การนำเครื่องจักรเข้าไปดำเนินการในพื้นที่ทั้งหมด จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามมติประชาคมและระเบียบที่เกี่ยวข้องหรือไม่

สำหรับการดูแลรักษาที่ดินสาธารณะดังกล่าว อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นและฝ่ายปกครองในพื้นที่ โดยก่อนหน้านี้ ทางอบต. ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.นาพูน เพื่อให้ตรวจสอบกรณีที่เกิดขึ้นแล้ว

นอกจากนี้ ตัวแทนชาวบ้านยังระบุว่า มีข้อสงสัยเกี่ยวกับเอกสารและลายมือชื่อที่ใช้ประกอบการทำประชาคม จึงต้องการให้มีการตรวจสอบว่าเอกสารดังกล่าวจัดทำขึ้นถูกต้องตามขั้นตอนหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบความถูกต้องของลายมือชื่อที่ปรากฏในเอกสาร หากผลการตรวจสอบพบว่ามีการกระทำความผิด ก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องและผู้รู้เห็นเหตุการณ์ โดยยังไม่มีข้อยุติว่าบุคคลใดเป็นผู้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหา

ตัวแทนชาวบ้านกล่าวว่า ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส และหากพบว่ามีการกระทำความผิดเกี่ยวกับที่ดินสาธารณะหรือทรัพย์สินของทางราชการ ขอให้ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยไม่มีการละเว้น

ทั้งนี้ ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาดังกล่าวยังมีสิทธิชี้แจงข้อเท็จจริงและนำพยานหลักฐานเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและยุติธรรมตามกฎหมาย

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่

You May Also Like