
บรรยากาศการลงทะเบียนขอรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยปี 2569 ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี เป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนทยอยเดินทางมาขอรับความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง แม้มีฝนตกตลอดช่วงเช้า หลังรัฐบาลเปิดให้ผู้ประสบภัยใน 65 จังหวัดและกรุงเทพฯ ลงทะเบียนผ่านแอปฯ “ทางรัฐ” หรือยื่นเรื่องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อรับเงินเยียวยาเหมาจ่าย 9,000 บาท

ที่สำนักงานนิติบุคคลหมู่บ้านพฤกษา 12/1 หมู่ 4 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ดร.วิระศักดิ์ ฮาดดา นายก อบต.คลองสาม พร้อมเจ้าหน้าที่กองสวัสดิการสังคม เปิดจุดให้บริการประชาชนลงทะเบียนและยื่นหลักฐานขอรับเงินช่วยเหลือ โดยมีประชาชนเดินทางมาใช้บริการจำนวนมาก
นางอุบล สีมา อายุ 80 ปี เปิดเผยว่า บ้านยังมีน้ำท่วมขังมานานกว่า 10 วัน โดยเฉพาะบริเวณหลังบ้านเริ่มมีน้ำเน่า แม้ถนนโดยรอบจะกลับมาแห้งและเดินทางได้ตามปกติแล้ว ส่วนการลงทะเบียนขอรับเงินช่วยเหลือค่อนข้างยุ่งยาก เพราะหลังลงทะเบียนยังต้องรออนุมัติ สแกนเอกสาร และถ่ายภาพประกอบ ทำให้ต้องไปหาร้านรับถ่ายภาพเพื่อจัดเตรียมหลักฐานเพิ่มเติม โดยมองว่าเงิน 9,000 บาทสามารถช่วยซ่อมแซมบ้านได้เพียงบางส่วน แต่ยังเป็นเงินที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้
ขณะที่นางบังอร สุยะนา อายุ 54 ปี กล่าวว่า น้ำท่วมส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของครอบครัว เนื่องจากมีน้ำล้อมรอบบ้านและท่วมสูงบริเวณทางเข้าออก ทำให้เดินทางลำบาก ลูกไม่สามารถไปทำงานหรือไปเรียนได้ตามปกติ รวมถึงการออกไปซื้ออาหารและสิ่งของจำเป็นก็ทำได้ยาก อย่างไรก็ตาม เห็นว่าการเปิดจุดรับเรื่องช่วยเหลือเป็นประโยชน์ แม้เงิน 9,000 บาทจะไม่เพียงพอกับความเสียหายทั้งหมด แต่สามารถนำไปซ่อมแซมหรือเปลี่ยนสิ่งของบางส่วน เช่น ประตูบ้านที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัวได้
ด้าน ดร.วิระศักดิ์ กล่าวว่า ปัญหาที่พบไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงินหรือหลักเกณฑ์การช่วยเหลือ แต่เป็น ขั้นตอนการลงทะเบียนที่เกิดความซ้ำซ้อน โดยประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านแอปฯ “ทางรัฐ” แล้ว ยังต้องนำเอกสารและหลักฐานมายื่นที่ อบต. เพื่อให้นายก อบต.ลงนามรับรองอีกครั้ง
กรณีประชาชนยื่นเรื่องกับ อบต.โดยตรง เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบสำเนาบัตรประชาชน สมุดบัญชีธนาคาร รูปถ่าย และข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ได้ก่อนรับรองข้อมูล แต่หากประชาชนส่งข้อมูลผ่านแอปฯ ข้อมูลและหลักฐานจะเข้าสู่ระบบของรัฐบาล ขณะที่ อบต.ไม่ได้เห็นรายละเอียดทั้งหมด ก่อนที่เอกสารจะถูกส่งย้อนกลับมาให้ผู้บริหารท้องถิ่นลงนามรับรอง จึงเกิดข้อจำกัดในการตรวจสอบและสร้างความสับสนให้ประชาชน
นายก อบต.คลองสาม ระบุว่า ปัญหาดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในพื้นที่คลองสาม แต่เป็นปัญหาที่ท้องถิ่นหลายแห่งทั่วประเทศพบเช่นกัน โดยประชาชนตั้งคำถามว่า หากลงทะเบียนผ่านระบบของรัฐบาลแล้ว เหตุใดจึงต้องนำเอกสารมายื่นกับ อบต.ซ้ำอีกครั้ง
ทั้งนี้ หากรัฐบาลเป็นผู้รับข้อมูล ตรวจสอบ และอนุมัติผ่านแอปฯ “ทางรัฐ” ก็ควรดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในระบบเดียว เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องยื่นหลักฐานซ้ำ ขณะที่หากให้ อบต.เป็นผู้ตรวจสอบ ก็ควรเปิดให้ประชาชนยื่นหลักฐานกับท้องถิ่นโดยตรง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงและรับผิดชอบข้อมูลได้อย่างชัดเจน
สำหรับหลักเกณฑ์เงินช่วยเหลือ 9,000 บาท นายก อบต.คลองสามมองว่าโดยภาพรวมมีความชัดเจน ปัญหาหลักจึงอยู่ที่ ระบบและกระบวนการส่งข้อมูลระหว่างรัฐบาลกับท้องถิ่น โดยต้องการให้ปรับขั้นตอนให้ชัดเจน ลดการยื่นเอกสารซ้ำ และทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงเงินช่วยเหลือได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
#ปทุมธานี #ลงทะเบียนช่วยน้ำท่วม

