
พัฒนารูปแบบการเรียนรู้พระพุทธศาสนาผ่านโลกเสมือนจริง ควบคู่ระบบคลังปัญญารวม ทดลองกับประชาชน 150 คน จาก 5 ภูมิภาคทั่วโลก พบคะแนนความอาทรดิจิทัลเชิงพุทธเพิ่มขึ้นหลังการเรียนรู้ มุ่งต่อยอดนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนภารกิจเผยแผ่พระพุทธศาสนาในยุคดิจิทัล
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) นายองอาจ ณฐ ธรรมนิทา นักศึกษาหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต ภาคพิเศษ รุ่นที่ 9 (SDICT9) สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา ภาควิชาการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมดิจิทัล สอบป้องกันดุษฎีนิพนธ์ระดับปริญญาเอกผ่านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในหัวข้อ “การเผยแผ่พระพุทธศาสนาสากลผ่านจักรวาลนฤมิตเพื่อเสริมสร้างความอาทรดิจิทัลเชิงพุทธ” ซึ่งเป็นงานวิจัยที่มุ่งพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ โดยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในการเผยแผ่หลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้พระพุทธศาสนาในระดับนานาชาติ
การสอบจัดขึ้นเวลา 10.00 น. ณ ห้อง 7A07 ชั้น 7 อาคารนวมินทราชินี โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.จินตวีร์ คล้ายสังข์ เป็นประธานกรรมการสอบ ศาสตราจารย์ ดร.ปณิตา วรรณพิรุณ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาหลัก ศาสตราจารย์ ดร.ปรัชญนันท์ นิลสุข เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาร่วม พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.พัลลภ พิริยะสุรวงศ์ อาจารย์ ดร.พิบูลย์ ชุมพลไพศาล และอาจารย์ ดร.จันทร์จิราพร ทองประสิทธิ์ เป็นกรรมการสอบ
สำหรับสาระสำคัญของงานวิจัย เป็นการพัฒนารูปแบบการเผยแผ่พระพุทธศาสนาสากลผ่านเทคโนโลยีจักรวาลนฤมิต (Metaverse) โดยบูรณาการหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาเข้ากับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา เพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่ส่งเสริมทั้งความเข้าใจในหลักธรรมและการนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการเสริมสร้าง “ความอาทรดิจิทัลเชิงพุทธ” ซึ่งมุ่งพัฒนาความเห็นอกเห็นใจ ความเมตตา การเอื้อเฟื้อแบ่งปัน การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ และความรับผิดชอบต่อผู้อื่นในสังคมดิจิทัล
การดำเนินงานวิจัยแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่ การพัฒนารูปแบบการเผยแผ่พระพุทธศาสนาสากล การพัฒนาระบบคลังปัญญารวมเพื่อจัดเก็บและเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางพระพุทธศาสนา การพัฒนาแพลตฟอร์มจักรวาลนฤมิตสำหรับการเรียนรู้หลักธรรม และการศึกษาผลการใช้รูปแบบ โดยบูรณาการหลักสังคหวัตถุ 4 ได้แก่ ทาน ปิยวาจา อัตถจริยา และสมานัตตตา ร่วมกับความดีสากล 5 ประการ และกระบวนการเรียนรู้หลักธรรม 7 ขั้นตอน เพื่อส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และพฤติกรรมการอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูลในสังคมดิจิทัล
ผลงานสำคัญของการวิจัย ได้แก่ การพัฒนาระบบคลังปัญญารวมสำหรับรวบรวม จัดหมวดหมู่ และเชื่อมโยงสื่อการเรียนรู้พระพุทธศาสนาผ่าน IGBN Channel ควบคู่กับการพัฒนาแพลตฟอร์มจักรวาลนฤมิตด้วยโปรแกรม Unity ประกอบด้วยพื้นที่การเรียนรู้ 5 ส่วน ได้แก่ เริ่มต้นด้วยสติ พุทธธรรมพื้นฐาน ความอาทรดิจิทัลเชิงพุทธ ฝึกปฏิบัติความดีดิจิทัล และตัดสินใจด้วยธรรม เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ศึกษาหลักธรรมผ่านสภาพแวดล้อมเสมือนจริง พร้อมฝึกคิด วิเคราะห์ และประยุกต์ใช้หลักธรรมในการตัดสินใจและดำเนินชีวิต
การศึกษาผลการใช้รูปแบบดำเนินการกับประชาชนที่สมัครใจเข้าร่วมจำนวน 150 คน จาก 5 ภูมิภาคทั่วโลก โดยผลการเปรียบเทียบก่อนและหลังการเรียนรู้พบว่า ผู้เข้าร่วมมีคะแนนความอาทรดิจิทัลเชิงพุทธเพิ่มขึ้นภายหลังการใช้รูปแบบ ขณะเดียวกัน ผลการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญพบว่า รูปแบบการเผยแผ่พระพุทธศาสนาสากลมีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด ระบบคลังปัญญารวมมีคุณภาพในระดับมากที่สุด และแพลตฟอร์มจักรวาลนฤมิตมีคุณภาพในระดับมาก สะท้อนถึงศักยภาพของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้หลักธรรมในบริบทสังคมดิจิทัล
คุณประโยชน์สำคัญของงานวิจัยต่อพระพุทธศาสนา คือ การสร้างองค์ความรู้และต้นแบบนวัตกรรมที่สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดภารกิจการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมโลกยุคดิจิทัล โดยเฉพาะการสนับสนุนให้วัด คณะสงฆ์ องค์กรพระพุทธศาสนา สถาบันการศึกษา และเครือข่ายพระธรรมทูตทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีแนวทางประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อจัดการเรียนรู้หลักธรรมอย่างเป็นระบบ ลดข้อจำกัดด้านระยะทางและสถานที่ ตลอดจนเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงองค์ความรู้ทางพระพุทธศาสนาของประชาชนในภูมิภาคต่าง ๆ
นอกจากนี้ งานวิจัยยังมุ่งยกระดับการเผยแผ่พระพุทธศาสนาจากการถ่ายทอดเนื้อหาหลักธรรมไปสู่กระบวนการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการนำหลักธรรมไปปฏิบัติจริง โดยเฉพาะการเสริมสร้างความอาทรต่อเพื่อนมนุษย์ในสังคมดิจิทัล ผ่านการใช้สติ ปัญญา ความเมตตา และการเกื้อกูลกัน อันเป็นการประยุกต์ใช้หลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตในโลกยุคใหม่ พร้อมเป็นแนวทางพัฒนาการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้เข้าถึงประชาชนได้อย่างกว้างขวางและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ งานวิจัยดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการนำองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษามาสนับสนุนภารกิจการเผยแผ่พระพุทธศาสนา โดยมีเป้าหมายในการพัฒนานวัตกรรมและองค์ความรู้ที่สามารถต่อยอดสู่การใช้งานจริง เพื่อส่งเสริมการศึกษาพระพุทธศาสนา การฟื้นฟูศีลธรรม และการสร้างสังคมดิจิทัลที่เปี่ยมด้วยคุณธรรมและความเอื้ออาทรอย่างยั่งยืน
สำหรับประวัติของนายองอาจ ณฐ ธรรมนิทา สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี นิเทศศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ จากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และระดับปริญญาโท รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการเมืองการปกครองสำหรับนักบริหาร จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก่อนเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาเอก สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเลขานุการประจำคณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา กรรมการบริหารกลางขับเคลื่อนโครงการ “วัด ประชา รัฐ สร้างสุข” ฝ่ายสาธารณูปการของมหาเถรสมาคม ที่ปรึกษาสมาคมนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย กรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ สถานีตำรวจภูธรคลองหลวง ที่ปรึกษาเหล่ากาชาดจังหวัดปทุมธานี เลขาธิการสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวปทุมธานี และกรรมการสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดปทุมธานี
นอกจากนี้ ยังดำรงตำแหน่งคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอคลองหลวง เลขานุการชมรมรักษ์บวร รักษ์ศีล 5 ปทุมธานี ในอุปถัมภ์พระธรรมรัตนาภรณ์ โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ผู้ประสานงานเครือข่ายคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายทั่วโลก และกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ วัดพระธรรมกาย–มูลนิธิธรรมกาย โดยมีบทบาทในการประสานความร่วมมือระหว่างภาคคณะสงฆ์ ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อส่งเสริมพระพุทธศาสนา คุณธรรมจริยธรรม และการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์อย่างต่อเนื่อง
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นายองอาจยังได้รับรางวัลและการเชิดชูเกียรติจากองค์กรต่าง ๆ อาทิ รางวัลเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2545 รางวัลเยาวชนดีเด่นจากสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ประจำปี พ.ศ. 2546 รางวัลเยาวชนอาสาสมัครตัวอย่างแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2547 รางวัลลูกผู้มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่ ประจำปี พ.ศ. 2555 รางวัลพุทธคุณูปการจากสภาผู้แทนราษฎร รางวัลผู้บริหารแห่งปี (CEO Thailand Awards 2014) รางวัลผู้นำพุทธโลก ครั้งที่ 1 ประจำปี พ.ศ. 2557 และเกียรติคุณธรรมทูตคฤหัสถ์ จากวิทยาลัยพระธรรมทูต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนา การบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ และการสร้างคุณประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติอย่างต่อเนื่อง
ความสำเร็จในการสอบป้องกันดุษฎีนิพนธ์ครั้งนี้ จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของการบูรณาการองค์ความรู้ทางวิชาการ เทคโนโลยี และหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา เพื่อสร้างต้นแบบนวัตกรรมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในระดับสากล ตลอดจนเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วโลกสามารถเข้าถึง เรียนรู้ และนำหลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาตนเองและสังคม อันเป็นการสืบสานพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองควบคู่กับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอย่างยั่งยืน

