
วันนี้ (10 ต.ค. 69) ณ ห้องสิงขร ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นางรัฐยา อาจหาญ เผยพร ปลัดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัย โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม
ที่ประชุมได้ติดตามการประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อประกอบการวางแผนบริหารจัดการและการสั่งการของกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พร้อมรับฟังรายงานการคาดการณ์สภาพอากาศ ตลอดจนการคาดการณ์ปริมาณน้ำท่าและแนวทางการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงรายงานปัญหา อุปสรรค และความต้องการรับการสนับสนุนจากพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม
สำหรับสถานการณ์น้ำในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตามรายงานของกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประจำวันที่ 10 ตุลาคม 2569 พบว่า มีฝนตกเล็กน้อยถึงหนักในบางพื้นที่ โดยสถานีบ้านบางเจริญ ตำบลไชยราช อำเภอบางสะพานน้อย มีปริมาณฝนสูงสุด 36.0 มิลลิเมตร
ด้านสถานการณ์น้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 9 แห่ง มีปริมาณน้ำรวม 377.081 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 75.42 ของความจุรวม โดยมีปริมาณน้ำไหลลงอ่างรวม 7.234 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีปริมาณน้ำระบายรวม 9.001 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 104.181 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทั้งนี้ ยังสามารถรองรับน้ำได้อีก 122.919 ล้านลูกบาศก์เมตร
ขณะที่สถานการณ์น้ำท่า พบว่ามีสถานีตรวจวัดปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น 3 สถานี และลดลง 3 สถานี โดยระดับน้ำยังต่ำกว่าระดับตลิ่งและอยู่ในเกณฑ์ปกติ ส่วนแนวโน้มสภาพอากาศคาดว่าจะมีฝนตกกระจายทั่วทุกพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งประมาณร้อยละ 60 โดยระดับน้ำในคลองมีแนวโน้มทรงตัวและลดลง
สำหรับการเตรียมความพร้อม จังหวัดและอำเภอได้ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดตั้งศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ และอุปกรณ์สำหรับช่วยเหลือประชาชนหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยเน้นเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และพื้นที่ระบายน้ำ รวมถึงพื้นที่ท้ายอ่างเก็บน้ำที่อาจได้รับผลกระทบ เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วและลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน
ทั้งนี้ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์จะติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือหากเกิดอุทกภัย และให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที
////

