
วันที่ 21 ตุลาคม 2569 ที่สถานีตำรวจภูธรกมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจแถลงผลการติดตามจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย เป็นชายอายุ 47 ปี และหญิงอายุ 49 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด หลังถูกกล่าวหาว่าร่วมกันก่อเหตุลักเงินภายในวัดในพื้นที่ อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ จำนวน 2 แห่ง พร้อมตรวจยึดเงินสดของกลาง 22,000 บาท รวมถึงรถจักรยานยนต์ เสื้อผ้า และรองเท้าที่เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุ
การแถลงข่าวครั้งนี้มี พล.ต.ต.ทรงพล บริบาลประสิทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์, พ.ต.อ.ขจรฤทธิ์ วงษ์ราช รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์, พ.ต.อ.ยุทธนา งามชัด ผู้กำกับการ สภ.กมลาไสย และ พ.ต.อ.นพวิทย์ ดิษฐาธนาธรสิริ ผู้กำกับการสืบสวน ภ.จว.กาฬสินธุ์ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนร่วมดำเนินการ
พ.ต.อ.ยุทธนา เปิดเผยว่า เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 ภายในวัดศิลาลักษณ์ดอนยูง หมู่ 9 ต.กมลาไสย มีเงินสดสูญหายประมาณ 13,000 บาท ต่อมาเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 เกิดเหตุลักษณะใกล้เคียงกันที่วัดท่ามาลานที หรือวัดบ้านน้ำจั้น หมู่ 7 ต.กมลาไสย โดยมีเงินสดสูญหายประมาณ 40,000 บาท
หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.ทรงพล ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมกับ พ.ต.อ.ยุทธนา และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กมลาไสย เร่งรวบรวมพยานหลักฐานและติดตามผู้ก่อเหตุ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในพื้นที่
เจ้าหน้าที่ใช้เวลาสืบสวนประมาณ 5 วัน ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่เกี่ยวข้อง ก่อนขยายผลติดตามไปยังพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุกว่า 50 กิโลเมตร กระทั่งวันที่ 20 ตุลาคม สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองราย พร้อมตรวจยึดของกลางที่เกี่ยวข้องได้ โดยเจ้าหน้าที่ขอบคุณหน่วยงานและภาคเอกชนที่ให้ความร่วมมือสนับสนุนภาพจากกล้องวงจรปิด
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพตามที่เจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นผู้ก่อเหตุ โดยมีอาชีพค้าขายสินค้าตามตลาดนัดในพื้นที่ต่าง ๆ และมักขอพักอาศัยตามวัดใกล้บริเวณที่ไปค้าขาย ก่อนอาศัยช่วงที่พระสงฆ์ออกบิณฑบาตเข้าไปลักเงินภายในกุฏิ ทั้งนี้ ผู้ต้องหายังถือเป็นผู้ถูกกล่าวหา และต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย
เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถาน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์ และใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป ตามข้อกล่าวหาที่แจ้งไว้
ด้านพระสงวน นาสินเพิ่ม อายุ 72 ปี พระสงฆ์จากวัดท่ามาลานที ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เสียหาย ได้เดินทางมาร่วมรับฟังการแถลงข่าว พร้อมกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เร่งติดตามคดีและนำเงินของกลางบางส่วนกลับคืนมาได้
ระหว่างการแถลงข่าว มีหญิงสูงวัยรายหนึ่งซึ่งเป็นชาวบ้าน แสดงความไม่พอใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเข้าไปตบหน้าผากผู้ต้องหารายหนึ่ง ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าระงับเหตุและแยกทั้งสองฝ่ายออกจากกัน
คดีนี้เป็นอีกกรณีที่สะท้อนถึงความสำคัญของการประสานความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ วัด ชุมชน และผู้ประกอบการในพื้นที่ ในการให้ข้อมูลและสนับสนุนหลักฐาน เพื่อช่วยคลี่คลายคดีและดูแลความปลอดภัยของประชาชน

