เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ ได้นำกลุ่มชาวบ้าน หมู่ 4 ตำบลมารวิชัย อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้าพบ พล.ต.ต.เขมพันธ์ โพธิพิทักษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อปรึกษาหารือและขอคำแนะนำในการหาแนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ หลังได้รับผลกระทบจากการปิดเส้นทางสัญจร ซึ่งชาวบ้านระบุว่าเป็นเส้นทางที่ใช้ร่วมกันมาเป็นเวลานานกว่า 40 ปี

ชาวบ้านให้ข้อมูลว่า เส้นทางดังกล่าวเริ่มมีการทำถนนและรางระบายน้ำมาตั้งแต่ปี 2527 โดยประชาชนในพื้นที่ใช้เป็นเส้นทางเข้า-ออกเพื่อเดินทางไปยังบ้านเรือนและพื้นที่ประกอบอาชีพทางการเกษตรมาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านระบุว่าเส้นทางดังกล่าวตั้งอยู่บนที่ดินกรรมสิทธิ์เอกชน และเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ได้มีการปิดเส้นทาง ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ภายในและเกษตรกรที่มีพื้นที่ทำกินอยู่บริเวณดังกล่าวได้รับความเดือดร้อน
โดยบริเวณพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมีพื้นที่ทำกินทางการเกษตรกว่า 100 ไร่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวนาที่ต้องใช้เส้นทางดังกล่าวในการเดินทางเข้าไปดูแลแปลงนา ปลูกพืชผล และเก็บเกี่ยวผลผลิต นอกจากนี้ ยังมีบ้านพักอาศัยอยู่ภายในพื้นที่ 1 หลัง มีทั้งเด็กและผู้สูงอายุอาศัยอยู่ รวมถึงผู้สูงอายุที่จำเป็นต้องเดินทางไปพบแพทย์เป็นประจำ ส่งผลให้การเดินทางเข้า-ออกและการใช้ชีวิตประจำวันเป็นไปด้วยความยากลำบาก
ด้านนางธัญญสิริ แซ่โซว อายุ 38 ปี ชาวบ้านหมู่ 5 ตำบลชายนา อำเภอเสนา ซึ่งประกอบอาชีพทำนาในพื้นที่ดังกล่าว เปิดเผยว่า ได้รับผลกระทบจากการปิดเส้นทาง เนื่องจากไม่สามารถเดินทางเข้าไปยังพื้นที่เกษตรกรรมของตนเองได้ตามปกติ ส่งผลต่อการดูแลผลผลิตและการประกอบอาชีพ โดยชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจึงรวมตัวกันประสานขอความช่วยเหลือ เพื่อให้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามารับทราบปัญหาและร่วมกันหาแนวทางแก้ไขอย่างเหมาะสม
ภายหลังรับฟังปัญหา พล.ต.ต.เขมพันธ์ ได้ให้คำแนะนำแก่ชาวบ้าน พร้อมระบุว่าจะประสานไปยังผู้กำกับการ สภ.มารวิชัย กระทรวงยุติธรรม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบต.) รวมถึงหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันหารือและพิจารณาแนวทางช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยจะรายงานปัญหาให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยารับทราบ เพื่อหาแนวทางแก้ไขร่วมกันต่อไป
ทั้งนี้ การเข้าพบในครั้งนี้เป็นการสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ โดยชาวบ้านต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยประสานและพิจารณาหาทางออกที่เหมาะสม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรและประชาชนที่พักอาศัยอยู่ภายในพื้นที่ โดยคำนึงถึงข้อเท็จจริงและสิทธิของทุกฝ่ายอย่างเป็นธรรม

