
วันนี้ 17 พ.ค.69 บรรยากาศที่แยกอโศก-เพชรบุรี ใกล้สถานีรถไฟมักกะสัน จุดเกิดเหตุโศกนาฏกรรม หลังเกิดเหตุขบวนรถไฟขนสินค้าพุ่งชนรถประจำทางสาย 206 และรถยนต์หลายคันที่จอดติดคร่อมราง ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้รุนแรง เบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิตจำนวน 8 ราย และผู้บาดเจ็บอีกกว่า 30 ราย เหตุการณ์นี้กลายเป็นประเด็นที่สังคมออนไลน์ถกเถียงกันอย่างหนักถึงวินัยการใช้รถใช้ถนน และการหามาตรการแก้ไขอย่างถาวร เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำซาก
.
โดยล่าสุด ลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุ ซึ่งพบว่าได้มีการคืนผิวจราจรและเปิดการสัญจรตามปกติเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ช่วงดึกของคืนที่ผ่านมา จากการสังเกตการจราจรตลอดช่วงเช้า ทั้งบนผิวถนนและการเคลื่อนตัวของขบวนรถไฟวันนี้ พบว่าเมื่อรถไฟเคลื่อนผ่าน เจ้าหน้าที่ได้ให้สัญญาณโบกธงเขียว-แดง และกดสัญญาณให้ไม้กั้นลง โดยวันนี้ผู้ใช้รถต่างจอดห่างจากไม้กั้นราว 3-4 เมตร ทำให้การจราจรเป็นระเบียบมากขึ้น
.
สอบถามประชาชนที่อยู่ใกล้พื้นที่เกิดเหตุ บอกว่า “มองดูที่เกิดเหตุรู้สึกหดหู่มาก เมื่อวานเท่าที่ตนเองเห็นการจราจรติดขัดทั้งวัน รถเยอะ ทำให้จะเดินหน้าหรือถอยหลังลำบาก ส่วนรถไฟเวลาจะจอดเทียบเขาวิ่งมาช้าตามปกติอยู่แล้ว ไม่เกิน 10 กม./ชม. โดยตนเองเห็นว่ามีการชะลอ แต่มันจะหยุดกะทันหันไม่ได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบระบบไม้กั้นเขาก็มาช่วยเคลียร์ทาง แต่ด้วยความที่รถมันคร่อมรางรถไฟอยู่ จึงทำอะไรไม่ได้
.
“ส่วนตัวอยู่ที่นี่มาตั้งแต่ปี 2543 ปัญหารถจอดคร่อมรางรถไฟ เป็นปัญหาซ้ำซากที่เจอทุกวัน ยอมรับว่าสงสารเจ้าหน้าที่ที่ต้องมาแก้ปัญหา เพราะคนขับรถต่างขาดวินัย ขนาดไม้กั้นปิดลงมาแล้ว บางคนก็ยังขี่รถมุดอยู่เลย”
.
ส่วนประเด็นไฟจราจรตรงไม้กั้น เท่าที่เห็นใช้ได้เป็นบางเวลา แต่อยู่ที่เจ้าหน้าที่จะเปิดไฟหรือไม่ ส่วนใหญ่จะเปิดเป็นไฟกะพริบ เพื่อส่งสัญญาณให้ระวังเท่านั้น ไม่ได้เปิดจริงจัง เชื่อหากเปิดใช้จริงจะลดการสูญเสียได้
.
ขณะที่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบระบบไม้กั้นรถไฟวันนี้ บอกว่า ตนเองยังพูดอะไรไม่ได้มาก เพราะแทนเฉยๆ ส่วนเพื่อนที่รับผิดชอบเมื่อวานนี้ถูกคุมตัวสอบอยู่ที่โรงพักทั้งคืน ตนเองจึงต้องมาแทน พร้อมอธิบายว่าปกติเวลารถไฟจะเข้าจอดที่สถานี ทุกครั้งต้องชะลออยู่แล้ว แต่ไม่รู้ว่าเมื่อวานเป็นอย่างไร เพราะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ยอมรับเรื่องนี้มันเป็นปัญหาซ้ำซากที่มีมาตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นย่า และเราพยายามเคลียร์ปัญหานี้มาโดยตลอด มันก็ยากกว่าจะแก้ปัญหาได้
.
พอมาเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ยอมรับก็รู้สึกสงสารเพื่อนและรู้สึกหดหู่ มันไม่น่าเกิดขึ้น สงสารคนที่ไม่รู้เรื่องด้วย โดยเฉพาะคนที่อยู่ในรถเมล์
.
“เราทำหน้าที่ตามระบบตามระเบียบที่เขาวางไว้อยู่แล้ว เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เราก็เสียใจจนไม่รู้จะพูดอย่างไร ปกติหากมีเหตุฉุกเฉินเราจะต้อง ว. บอกคนขับรถไฟ คุยกันตลอดเวลา คนขับก็จะต้องตอบกลับเรา และตามหลักถ้าเกิดเห็นรถคร่อมรางรถไฟ เราต้องบอกคนขับรถไฟล่วงหน้า เพื่อให้รถไฟหยุดทัน แต่เมื่อวานเราไม่ได้อยู่จุดนี้ จึงไม่สามารถบอกได้ว่าช่วงเกิดเหตุมันเกิดอะไรขึ้น ตามปกติเราจะต้องเปิดสัญญาณเสียงเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนประมาณเกือบ 5 นาที ขั้นต่ำ 1 นาที แต่จากคลิปรถเมล์ที่จอดคร่อมรางรถไฟประมาณ 2 นาที หากจะให้รถไฟหยุดก็เชื่อว่ามันหยุดไม่ทัน”

