กาญจนบุรี – สลด หนุ่มวัย 31 ปี เดินทางมาเฝ้าไร่ เช้ายังไม่กลับบ้าน ครอบครัวออกตามหาพบถูกช้างป่าทำร้ายเสียชีวิตกลางไร่มัน กรมอุทยานฯพร้อมเยียวยาตามระเบียบ

วันนี้ 2 มิ.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายราชันย์ บัวตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3(บ้านโป่ง)ได้รับรายงานเหตุสลดใจ จากนายสุทธิชัย โผภูเขียว หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ว่ามีชาวบ้านเป็นชายอายุ 31 ปี ถูกช้างป่าทำร้ายเสียชีวิตภายในไร่มันสำปะหลัง ท้องที่บ้านสลอบ หมู่ 11 ต.หนองกุ่ม อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี หลังรับแจ้ง จึงมอบหมายให้นายสุทธิชัย โผภูเขียว หัวหน้า ขสป.สลักพระ พร้อม เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าสลอบ ผู้นำชุมชน รวมถึงแพทย์เวร รพ.บ่อพลอย เจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ และ พ.ต.ท.ชิตภณ ชาตวิทยา สารวัตรสอบสวน สภ.บ่อพลอย

แต่กว่าคณะเจ้าหน้าที่จะเดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุต้องใช้เวลานานพอสมควร เพราะจุดเกิดเหตุเป็นภูเขา ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ สามารถติดต่อทางวิทยุสื่อสารได้เป็นบางจุด และเป็นพื้นที่ที่มีช้างป่ากระจายอยู่ทั่วบริเวณ จึงได้กำชับให้ทุกคนเข้าพื้นที่ด้วยความระมัดระวัง เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำ

จนกระทั่งเวลา 10.00 น.เจ้าหน้าที่จึงไปถึงถึงจุดเกิดเหตุ ไปถึงพบร่างของนายสุภกิจ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ ชาว ต.หนองกุ่ม อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี นอนหงายเสียชีวิตอยู่กับพื้น มีเลือดไหลออกมาทั้งจากปาก จมูกและศรีษะ เสื้อผ้าและตามร่างกายเปื้อนไปด้วยดิน การแต่งกายนุ่งกางเกงลายพรางทหารแบบสามส่วน สวมเสื้อแขนยาวสีแดง ตรวจสอบโดยรอบพบรอยเท้าช้างสภาพใหม่อยู่เต็มพื้นที่ ส่วนต้นมันสำปะหลังหักล้มระเนระนาด โดยมีครอบครัวและญาติอยู่ที่เกิดเหตุ ทุกคนต่างอยู่ในความเศร้าโศกเสียใจ

ทั้งนี้ ญาติของผู้เสียชีวิต ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า ช่วงเย็นของวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายสุภกิจฯ ได้มาเฝ้าดูแลไร่มันสำปะหลังตามปกติ จนกระทั่งเช้าวันนี้ญาติไม่เห็นนายสุภกิจฯ กลับบ้าน จึงเกิดความเอะใจ และตัดสินใจมาตามหาที่ไร่มันสำปะหลังดังกล่าว สุดท้ายพบว่านายสุภกิจฯ นั้นเสียชีวิตจากการถูกช้างป่าทำร้ายแล้ว

หลังจากเจ้าหน้าที่ชันสูตรเบื้องต้นแล้วเสร็จ จึงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์นำร่างลงมาจากเขาเพื่อนำไปชันสูตรเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้งหนึ่งที่ รพ.บ่อพลอย ก่อนที่จะมอบศพให้ญาตินำไปทำพิธีทางศาสนา สำหรับกรณีดังกล่าว เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จะได้ประสานญาติผู้เสียชีวิต เพื่อดำเนินการตามแนวทางการเยียวยาในการให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอนต่อไป
///////////////////////
ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์

You May Also Like