เกษตรกรยาสูบเชียงใหม่ วอนรับซื้อผลผลิตนอกโควต้า หลังต้นทุนเพิ่ม 20% ขอทำ MOU ไม่ขอความช่วยเหลือรับซื้อปีถัดไป

วันที่ 14 สิงหาคม 2569 ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายอรุณ โปธิตา ตัวแทนภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมกลุ่มเกษตรกรกว่า 50 คน ได้ยื่นหนังสือถึงนายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ผ่านนายอนุช ใจสาร ผู้จัดการสำนักงานยาสูบเรียงใหม่ และตัวแทนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขอความอนุเคราะห์ช่วยรับซื้อใบยาสูบ และขอทำบันทึกความร่วมมือ (MOU) ที่จะไม่ขอความช่วยเหลือให้รับซื้อใบยาสูบที่คงเหลือในปีต่อ ๆ ไป โดยใช้เวลาเพียง 30 นาที มีนายอื่นคำ ฟองสมุทร์ สมาชิกสภา อบจ.เชียงใหม่ อ.แม่แตง เขต 2 มาสังเกตการณ์และให้กำลังใจกลุ่มเกษตรกรดังกล่าว

ทั้งนี้ หนังสือที่ขอความอนุเคราะห์ระบุว่า ในฤดูการผลิตปี 2568-2569 มีปริมาณผลผลิตมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งเชียงใหม่เป็นพื้นที่เพาะปลูกสายพันธุ์เวอร์จิเนีย แต่ฤดูกาลผลิตปีนี้ ผู้บ่มหลายรายมีการใช้เมล็ดพันธุ์จากต่างประเทศ มีปริมาณน้ำที่เหมาะสม สภาพอากาศดีเหมาะสมเพาะปลูก ทำให้อัตราแปรสภาพใบยาสูบสดเป็นใบยาสูบแห้ง มีปริมาณมากกว่าโควต้าที่การยาสูบแห่งประเทศไทยกำหนด

นายอรุณ กล่าวว่า มีกลุ่มเกษตรกรใบยาสูบเป็นสมาชิกกว่า 300 ราย ปีนี้ผลผลิตออกสู่ตลาดในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แต่ราคาตกต่ำ เนื่องจากมีการลักลอบนำเข้าบุหรี่จากต่างประเทศ บุหรี่ไฟฟ้า และถูกตัดโควต้า ทำให้เหลือผลผลิตคงค้างอยู่ 345,773 กิโลกรัม แบ่งเป็นสถานีแม่เลน อ.แม่ออน 52,945 กิโลกรัม สถานีห้วยไซ อ.บ้านธิ จ.ลำพูน 55,328 กิโลกรัม สถานีปางทาง อ.แม่แตง 35,700 กิโลกรัม สถานีสันมหาพน อ.แม่แตง 13,800 กิโลกรัม และผู้บ่มอิสระ 37,000 กิโลกรัม

“สาเหตุที่ขอรับซื้อใบยาสูบอบแห้งนอกโควต้า เนื่องจากต้นทุนการผลิตเพิ่ม 20% อาทิ ค่าไถเดิมไร่ละ 650 บาท เป็น 850 บาท แต่ปัญหาการปลูกยาสูบส่วนใหญ่อยู่ในเขตชลประทาน เพราะเป็นพืชใช้น้ำน้อย ถ้าเป็นยาสูบสดต้องใช้กว่า 3 กิโลกรัม กว่าจะอบเป็นใบยาสูบ 1 กิโลกรัม ดังนั้นขอให้รับซื้อกิโลกรัมละ 450 บาท ซึ่งบางสายพันธุ์หรือบางเกรด อาจรับซื้อ 350 บาท/กิโลกรัม” นายอรุณ กล่าว

นายอรุณ กล่าวอีกว่า ได้เสนอข้อเรียกร้อง 3 ข้อ 1. ช่วยรับซื้อใบยาสูบที่เหลือเป็นเกรดต่ำทั้งหมด โดยเป็นการซื้อนอกโควต้า 2. ช่วยรับซื้อใบยาสูบที่เหลือตามเกรดชั้นใบยา โดยให้หักโควต้าฤดูปี 2569-2570 3. ยินดีทำ MOU ที่จะไม่ขอความช่วยเหลือให้รับซื้อยาสูบที่คงเหลือในปีต่อ ๆ ไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การยื่นหนังสือดังกล่าว ทำเป็นขั้นตอน เริ่มจากศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าการการยาสูบแห่งประเทศไทย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่รับผิดชอบตามลำดับ

You May Also Like