
พบอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุน เสี่ยงซ้ำรอยต้นปีการ์ดรัวยิงเจ็บคาหน้าร้าน ทั้งที่ห่างโรงพักไม่กี่ 100 เมตร พบบันทึกในโทรศัพท์จ่ายส่วยให้หลายหน่วยงานเดือนละเกือบ 180,000 ซ้ำร้ายสำนักงานเขตพระนครได้ออกคำสั่งให้ร้านแห่งนี้หยุดกิจการตั้งแต่วันที่ 4 สค.69 แต่ก็ยังฝ่าฝืนเปิดมาจนกระทั่งถูกจับกุมดังกล่าว
มท.2 พลพีร์ สุวรรณฉวี นำชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง (DOPA S.W.A.T.) เปิดปฏิบัติการ“สิงห์เผด็จศึก” บุกจับผับเถื่อนอัพยา กลางเมืองกรุงย่านข้าวสาร ไร้ใบอนุญาต ปล่อยเด็กเข้าใช้บริการมากถึง 30 คน อายุต่ำสุดเพียง 15 ปี นักเที่ยวทิ้งยาเกลื่อนร้าน แถมขายลูกโป่งหัวเราะ พบฉี่ม่วงถึง 31 คน ดำเนินคดีหลายข้อหา เตรียมเสนอสั่งฟัน ปิด 5 ปี !!
วันที่ 10 ตุลาคม 2569 เวลา 03.30 น. ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เปิดปฏิบัติการ “สิงห์เผด็จศึก” เข้าตรวจสอบสถานบริการ ในพื้นที่เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร พบเปิดสถานบริการโดยไม่มีใบอนุญาตสถานบริการ ลักลอบจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลา ปล่อยปละละเลยให้เยาวชนเข้าใช้บริการ และพบพฤติการณ์การใช้สารเสพติด และจำหน่ายลูกโป่งหัวเราะให้นักเที่ยว
ภายใต้นโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย “มหาดไทย ทำ ทัน ที Action 5 PLUS” มุ่งสู่เป้าหมาย “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” มอบหมายให้ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการให้ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง ร.ต.ต. สิงห์คำ คำยอด ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ นายเรืองลักษณ์ เรืองยังมี ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน และนายศักดิ์ชัย โรจนรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง นำชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เข้าตรวจสอบสถานประกอบการคล้ายสถานบริการ ตั้งอยู่ในถนนข้าวสาร แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
สายลับชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง(DOPA S.W.A.T.)ได้ลงพื้นที่สืบสวนสถานบริการดังกล่าว หลังได้รับเรื่องร้องเรียน พบว่าสถานที่มีลักษณะเป็นอาคาร 2 ชั้น โดยร้านตั้งอยู่ชั้้น 2 ของอาคาร ภายในเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ มีเวทีสำหรับการแสดงดนตรี มีพื้นที่ให้บริการหลายโซน โดยมีการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงจัดให้มีดนตรีและการแสดงเพื่อความบันเทิง บริเวณทางเข้าร้านมีการ์ดรักษาความปลอดภัยประมาณ 4–6 คน แต่ไม่มีการตรวจบัตรประจำตัวประชาชนหรือการตรวจค้นอาวุธก่อนเข้าสถานบริการแต่อย่างใด
ต่อมาเวลา 01.30 น. สายลับได้สั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และชำระเงินผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร พบว่าเงินถูกโอนเข้าบัญชีของบุคคล ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานบริการ พร้อมบันทึกวิดีโอเหตุการณ์ไว้เป็นหลักฐาน โดยพฤติการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สถานประกอบการยังคงเปิดให้บริการและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เเละจากการสืบสวนพบว่าสถานประกอบการยังคงเปิดให้บริการต่อไปจนถึงเกือบหกโมงเช้า
ในระหว่างการสืบสวน สายลับพบผู้ใช้บริการบางรายมีพฤติการณ์น่าสงสัย เดินออกจากห้องน้ำห้องเดียวกันหลายครั้ง จึงเฝ้าสังเกตการณ์และบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน ก่อนตรวจสอบบริเวณห้องน้ำ พบหลอดพลาสติกที่คาดว่าใช้สำหรับบรรจุสารเสพติด และพบผงสีขาวลักษณะคล้ายสารเสพติดตกอยู่บริเวณพื้นห้องน้ำ เเละสายลับยังพบเห็นบุคคลซึ่งคาดว่ามีอายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวนมาก เข้ามาใช้บริการภายในร้าน และมีการสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับทางร้าน และในระหว่างนั้น มีการจำหน่ายลูกโป่งอัดแก๊สหัวเราะให้กับลูกค้าภายในร้าน
ประกอบกับจากการตรวจสอบฐานข้อมูลของระบบใบอนุญาตประกอบกิจการสถานบริการ ไม่พบว่า ได้รับใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการแต่อย่างใด ขณะที่ลักษณะการประกอบกิจการพบว่ามีการจำหน่ายสุราและเครื่องดื่ม มีดนตรีหรือการแสดงเพื่อความบันเทิง รวมถึงมีการเต้นหรือยินยอมให้มีการเต้นบนเวทีและบริเวณโต๊ะอาหารหรือเครื่องดื่ม ซึ่งเข้าลักษณะสถานบริการตามกฎหมาย จึงได้วางแผนเข้าจับกุม
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงไทย จึงได้นำชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เปิดปฏิบัติการ “สิงห์เผด็จศึก” จับกุมสถานประกอบการผิดกฎหมาย โดยมีผลการปฏิบัติการ ดังนี้
- ร้าน ประกอบกิจการโดยไม่มีใบอนุญาตตั้งสถานบริการ
- มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด
- พบนักเที่ยวอายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวน 30 คน (ช 20 ญ 10) โดยมีเด็กอายุต่ำสุดเพียง 15 ปี จำนวน 1 คน เข้ามาใช้บริการด้วย
- พบผู้มีผลตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วงจำนวน .
31 คน เป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวน 4 คน และพนักงาน(ดีเจ) 2 คน - พบอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืน จำนวน 1 กระบอก
- พบสิ่งเทียมอาวุธปืน จำนวน 1 กระบอก
- พบยาเสพติดถูกทิ้งที่พื้นภายในร้านจำนวนมาก
- พบลูกโป่งหัวเราะและอุปกรณ์ถูกทิ้งเกลื่อนภายในร้าน
- พบ หลักฐานการจ่ายส่วยให้หลายหน่วยงานเดือนละกว่า 177,000 บาท
เบื้องต้นพนักงานฝ่ายปกครองได้แจ้งข้อกล่าวหาและควบคุมตัวผู้จัดการร้าน ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีในฐานความผิด ดังนี้
- ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 3 ประกอบมาตรา 4 พ.ร.บ. สถานบริการ พ.ศ. 2509
- ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลาที่กฎหมายกำหนด ตามมาตรา 28 ประกอบมาตรา 39 พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551
- ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับบุคคลอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ ตามมาตรา 29 (1) ประกอบมาตรา 40 พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551
- ยุยงส่งเสริมให้เด็กประพฤติตนไม่เหมาะสม ตามมาตรา 26 พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546
- จัดโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม หรือโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามมาตรา 32 ประกอบมาตรา 43 พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551
- นำเข้าหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารที่มีการแสดงฉลากไม่ถูกต้อง หรือใช้แก๊สผิดวัตถุประสงค์ ตา7.มมาตรา6(10) ประกอบมาตรา 51 แห่ง พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522
- นำเข้าซึ่งอาหารเพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 15 ประกอบมาตรา 43 แห่ง พ.ร.บ. อาหาร พ.ศ. 2522
8.ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510
อนึ่ง สถานบริการแห่งนี้ได้ถูกสำนักงานเขตพระนครออกคำสั่งให้หยุดประกอบกิจการตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2569 เนื่องจากตรวจพบว่าการประกอบกิจการมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยด้านสาธารณสุข ด้านความปลอดภัย และด้านอัคคีภัย ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชน แต่ก็ยังพบว่าสถานบริการแห่งนี้ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ
ซึ่งกรมการปกครองจะได้แจ้งให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลออกคำสั่งปิดสถานบริการแห่งนี้มีกำหนดห้าปีตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 22/2558 ต่อไป
สำหรับผู้ที่ตรวจพบสารเสพติดในร่างกายและยาเสพติดที่ตรวจพบภายในสถานประกอบการ เจ้าหน้าที่ได้แยกดำเนินการตามประมวลกฎหมายยาเสพติดและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมขยายผลหาที่มาของยาเสพติด ผู้จำหน่าย และผู้เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง จะยังคงเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายกับสถานบริการและสถานประกอบการที่ฝ่าฝืนกฎหมายอย่างจริงจัง หากตรวจพบพฤติการณ์และพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงการกระทำความผิด จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อสร้างความปลอดภัย ความสงบเรียบร้อย และคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชน

